บทความ / ร้านขายยา
POS ร้านขายยาแบบ Keyboard ไม่ต้องใช้เมาส์ ตัวช่วยเคลียร์คิวจ่ายยาช่วงเย็น
ลูกค้าต่อคิวจ่ายยานานเกิน 2-3 นาทีต่อคน มีโอกาสสูงที่บางคนจะวางยาคืนแล้วเดินออกจากร้าน โดยเฉพาะช่วงเย็นที่คนแน่นสุดของวัน ต้นตอส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเภสัชกรจ่ายยาช้า แต่เป็นเพราะพนักงานหน้าร้านต้องกดเมาส์ไล่หายาทีละตัวในระบบขาย ทางแก้ที่ตรงจุดคือเปลี่ยนมาใช้ POS ร้านขายยาแบบ Keyboard-first อย่าง PharmaPOS ที่ให้พนักงานพิมพ์รหัสยาหรือชื่อยาแล้วกด Enter คิดเงินได้ทันที ไม่ต้องเลื่อนเมาส์หาไอคอนทีละหน้าจอ
ลูกค้าต่อคิวจ่ายยานาน เสียลูกค้าไปกี่คนต่อวันกันแน่?
ร้านที่มีคิวยาวช่วงเย็นวันธรรมดา (17.00-19.00 น.) มักเสียลูกค้าแบบเงียบๆ วันละหลายคน คนกลุ่มนี้ไม่ได้บ่นหรือต่อว่าใคร แค่เดินออกไปซื้อร้านข้างๆ แทน แล้วครั้งหน้าก็ไม่กลับมาอีก
ปัญหานี้ไม่โผล่ในรายงานยอดขายของคุณเลย เพราะมันคือ "ยอดที่ไม่เคยเกิดขึ้น" ไม่ใช่ยอดที่ลดลง เจ้าของร้านหลายคนถึงมองข้ามไป ทั้งที่ต้นเหตุแก้ได้ง่ายกว่าที่คิด
ทำไมกดเมาส์หายาถึงทำให้คิดเงินช้า?
เพราะทุกครั้งที่ต้องเปลี่ยนจากคีย์บอร์ดไปจับเมาส์ มือต้องขยับ สายตาต้องหาตำแหน่งไอคอนบนจอ แล้วค่อยคลิก ขั้นตอนนี้ดูเล็กน้อยแต่พอทำซ้ำ 15-20 ยารายการต่อบิล เวลาก็บวกกันจนช้าเห็นได้ชัด
ยิ่งร้านที่มีสต็อกยาเป็นพันรายการ การไล่คลิกหาในเมนูแบบรูปภาพหรือหมวดหมู่ยิ่งช้าลงไปอีก พนักงานที่ทำงานไม่นานยิ่งเสียเวลาจำตำแหน่งเมนู ต่างจากการพิมพ์ชื่อยาหรือรหัสสั้นๆ ที่ระบบค้นให้เองภายในเสี้ยววินาที
POS ร้านขายยาแบบ Keyboard ไม่ต้องใช้เมาส์ ต่างจากระบบทั่วไปตรงไหน?
ระบบ Keyboard-first หมายถึงพนักงานทำทุกขั้นตอนขายจบได้โดยไม่ต้องยกมือไปแตะเมาส์เลย ตั้งแต่ค้นหายา ใส่จำนวน จนถึงกดยืนยันชำระเงิน ทุกอย่างใช้แป้นพิมพ์ล้วนๆ
PharmaPOS ออกแบบหน้าจอขายให้พิมพ์ชื่อยา ชื่อสามัญ หรือรหัสยาแล้วเลือกด้วยปุ่มลูกศรและ Enter ได้ทันที ต่างจาก POS ทั่วไปที่มักถูกออกแบบมาจากร้านสะดวกซื้อ เน้นคลิกรูปสินค้า ซึ่งไม่เหมาะกับร้านยาที่มีรายการยาเยอะและต้องขายไว
ร้านคนแน่นตอนเย็น ถ้าใช้ระบบคีย์บอร์ด-เฟิร์สต่างจากเดิมแค่ไหน?
ลองนึกภาพร้านยาตอน 18.00 น. มีคน 6-7 คนต่อคิว พนักงานคนหนึ่งกำลังจ่ายยาให้ลูกค้าที่มี 4 รายการ ถ้าต้องคลิกเมาส์หายาทีละตัว แต่ละตัวใช้เวลา 8-10 วินาที บิลนี้กินเวลาไป 1-2 นาทีเฉพาะขั้นตอนคีย์ยา ยังไม่รวมเช็คสต็อกหรือคิดเงินทอน
พอเปลี่ยนมาพิมพ์รหัสหรือชื่อยาแล้ว Enter แต่ละรายการเหลือแค่ 2-3 วินาที บิล 4 รายการจบได้ในไม่ถึง 20 วินาที คูณด้วยคนต่อคิว 6-7 คน ความต่างของเวลารอทั้งแถวคือหลักนาทีจริง แล้วนี่แหละคือจุดที่ลูกค้าคนท้ายแถวตัดสินใจว่าจะรอต่อหรือเดินออกไปก่อน
โปรแกรมขายยา ใบเสร็จ 80mm ช่วยเร่งคิวตรงไหน?
ใบเสร็จ 80mm ช่วยเร่งคิวตรงที่พิมพ์ออกทันทีหลังกดยืนยันบิล ไม่ต้องรอโหลดหน้าจอหรือเปลี่ยนไปเปิดโปรแกรมอื่นแยกต่างหาก พนักงานฉีกใบเสร็จส่งลูกค้าได้ในไม่กี่วินาที
PharmaPOS เชื่อมขั้นตอนคิดเงินกับการพิมพ์ใบเสร็จ 80mm เป็นจังหวะเดียวกัน กดคิดเงินปุ๊บ เครื่องพิมพ์ทำงานปั๊บ ไม่มีขั้นตอนแทรกให้พนักงานต้องสลับหน้าจอไปมา ซึ่งเป็นอีกจุดที่ POS ทั่วไปมักทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา คุ้มตรงไหนนอกจากความเร็วหน้าร้าน?
คุ้มตรงที่ตัดงานคีย์ซ้ำสองรอบออกไปทั้งหมด ร้านที่ยังใช้ Excel คุมสต็อกมักต้องขายหน้าร้านครั้งหนึ่ง แล้วมานั่งคีย์ตัดสต็อกใน Excel อีกครั้งตอนปิดร้าน งานซ้ำแบบนี้กินเวลาเภสัชกรไปหลายสิบนาทีต่อวัน และเสี่ยงตัวเลขไม่ตรงเพราะคีย์ผิดหรือลืมคีย์
พอสต็อกกับการขายอยู่ในระบบเดียวกัน ทุกบิลที่ขายจะตัดสต็อกอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งกระทบยอดเอง แถมยังได้ข้อมูล lot และวันหมดอายุติดมากับทุกรายการ ซึ่ง Excel ทำได้ยากถ้าไม่มีคนคอยอัปเดตตลอด
FEFO คืออะไร ช่วยจัดการสต็อกยาใกล้หมดอายุยังไง?
FEFO (First Expired, First Out) คือหลักการจ่ายยาล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อน ไม่ใช่ล็อตที่รับเข้าร้านก่อนแบบ FIFO ทั่วไป เพราะยาแต่ละล็อตอาจมีวันหมดอายุไม่เรียงตามลำดับที่สั่งซื้อเข้ามา
PharmaPOS คุมสต็อกยาแบบ lot และวันหมดอายุ ทำให้ระบบแนะนำล็อตที่ใกล้หมดอายุให้จ่ายออกก่อนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดยาค้างสต็อกจนหมดอายุ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ร้านยาหลายแห่งมองไม่เห็นจนกว่าจะเช็คสต็อกจริงแล้วเจอยาหมดอายุเต็มชั้น
ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไง โปรแกรมช่วยอัตโนมัติได้จริงไหม?
ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 คือบัญชีควบคุมการซื้อ-ขาย-สั่งจ่ายยาควบคุมพิเศษที่ร้านยาต้องบันทึกไว้ให้พร้อมตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด ปกติร้านที่ยังทำมือต้องมานั่งคัดลอกจากบิลขายมาลงสมุดหรือ Excel อีกรอบ ซึ่งเป็นงานเอกสารที่เภสัชกรส่วนใหญ่เกลียดที่สุด
PharmaPOS ออกทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ให้อัตโนมัติจากการขายหน้าร้าน ไม่ต้องคีย์ซ้ำ ทุกครั้งที่ขายยาควบคุมผ่านระบบ ข้อมูลจะถูกบันทึกลงทะเบียนให้พร้อมเรียกดูทันที ลดความเสี่ยงตกหล่นตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจร้าน
เปิดร้านขายยาใหม่หรือมีหลายสาขา ควรเลือกโปรแกรม pos ร้านขายยา แนะนำแบบไหน?
ถ้าเพิ่งเปิดร้านขายยาใหม่ สิ่งที่ต้องมีตั้งแต่วันแรกคือระบบขายหน้าร้านที่เร็ว ระบบคุมสต็อกที่รู้ lot และวันหมดอายุ กับทะเบียน ขย. ที่ออกได้ถูกต้อง เพราะสามอย่างนี้คือกระดูกสันหลังของการดำเนินร้านที่ต้องใช้ทุกวันตั้งแต่เปิดร้าน
ร้านที่มีหลายสาขาควรเลือกระบบที่ข้อมูลสต็อกและการขายรวมศูนย์อยู่ที่เดียว จะได้เห็นภาพรวมทั้งเครือโดยไม่ต้องโทรถามทีละสาขา นอกจากงานขายและสต็อก PharmaPOS ยังมีระบบตารางเวรเภสัชกรและออกสลิปเงินเดือนพนักงานในตัว ช่วยตัดงานบริหารหลังบ้านที่มักถูกมองข้ามตอนเลือกซื้อโปรแกรมแต่กินเวลาเจ้าของร้านไม่น้อยในระยะยาว ส่วนเรื่องราคาโปรแกรมร้านขายยา แนะนำให้ทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ เพราะความเหมาะสมขึ้นกับขนาดร้านและจำนวนสาขาของแต่ละที่
อยากรู้ว่าระบบคีย์บอร์ด-เฟิร์สของ PharmaPOS คิดเงินไวแค่ไหน ลองเข้าไปดูตัวระบบจริงได้ที่ pharmapos-six.vercel.app แล้วลองพิมพ์ค้นหายาดูด้วยตัวเองเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: POS ร้านขายยาแบบ Keyboard ไม่ต้องใช้เมาส์ เหมาะกับร้านขนาดเล็กด้วยไหม? เหมาะ เพราะยิ่งร้านมีพนักงานน้อย การคิดเงินไวขึ้นต่อบิลยิ่งช่วยลดคิวได้ชัดกว่าร้านใหญ่ที่มีหลายเคาน์เตอร์แบ่งรับลูกค้าอยู่แล้ว
Q: FEFO คืออะไร ต่างจาก FIFO ยังไง? FEFO คือจ่ายยาล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อน ส่วน FIFO คือจ่ายล็อตที่รับเข้าร้านก่อน สำหรับร้านยา FEFO สำคัญกว่าเพราะวันหมดอายุไม่ได้เรียงตามลำดับรับเข้าเสมอไป
Q: ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไงถ้าไม่มีโปรแกรมช่วย? ต้องคีย์ข้อมูลการซื้อ-ขายยาควบคุมด้วยมือลงสมุดหรือ Excel ทุกรายการ ซึ่งเสี่ยงตกหล่นและกินเวลาเภสัชกรมาก ถ้าใช้โปรแกรมที่ออกทะเบียนอัตโนมัติจากการขายจะลดความเสี่ยงนี้ไปได้มาก
Q: เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ต้องย้ายข้อมูลสต็อกยังไง ควรเริ่มจากตรวจนับสต็อกจริงหน้าร้านให้ตรงก่อน แล้วนำเข้าข้อมูลยา ล็อต และวันหมดอายุเข้าระบบใหม่ทีเดียว จากนั้นทุกบิลขายจะตัดสต็อกอัตโนมัติโดยไม่ต้องคีย์ Excel คู่ขนานอีก
Q: โปรแกรมร้านขายยาหลายสาขา ต้องเชื่อมสต็อกกันยังไง ควรเลือกระบบที่เก็บข้อมูลสต็อกและยอดขายไว้ที่ศูนย์กลางเดียว เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นภาพรวมทุกสาขาได้จากที่เดียว ไม่ต้องรวบรวมรายงานจากแต่ละสาขาด้วยมือ