บทความ / ร้านขายยา

โปรแกรม POS ร้านขายยา แนะนำ: เกณฑ์เลือกให้เหมาะกับร้านคุณ (เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ)

20 กรกฎาคม 2569 อ่าน 15 นาที

โปรแกรม POS ร้านขายยา แนะนำ ที่เหมาะกับร้านคุณ ต้องตอบโจทย์หน้างานจริง 4 เรื่องหลัก คือ ขายหน้าร้านเร็วแบบไม่ต้องพึ่งเมาส์ คุมสต็อกยาเป็น lot พร้อมระบบ FEFO ป้องกันยาหมดอายุ ออกทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ให้อัตโนมัติจากการขายจริง และถ้ามีหลายสาขาต้องเชื่อมสต็อกกันได้แบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่ดูหน้าตาโปรแกรมสวยหรือราคาถูกอย่างเดียว

ร้านยาส่วนใหญ่ที่ยังใช้ Excel หรือสมุดจดสต็อก จะรู้ปัญหานี้ดี งานเอกสารกินเวลาทุกเย็น ยาหมดอายุค้างชั้นเพราะไม่มีระบบเตือน แล้วพอ อย. มาตรวจ ทะเบียนขายยาเสพติด/วัตถุออกฤทธิ์ก็หาไม่เจอ บทความนี้ Pharma System (PharmaPOS) จะพาไล่เกณฑ์เลือกทีละข้อ ให้เภสัชกรตัดสินใจได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเดโมทุกเจ้าในตลาด

โปรแกรม POS ร้านขายยา แนะนำ ต้องดูเกณฑ์อะไรบ้าง

เกณฑ์หลักมี 5 ข้อ คือ ความเร็วหน้าขาย การคุมสต็อกตาม lot/วันหมดอายุ การออกทะเบียน ขย. อัตโนมัติ การรองรับหลายสาขา และระบบหลังบ้านอย่างตารางเวร-สลิปเงินเดือนพนักงาน

ร้านเดี่ยวกับร้านที่มี 3-4 สาขาจะให้น้ำหนักแต่ละข้อไม่เท่ากัน ร้านเดี่ยวอาจสนใจความเร็วหน้าขายกับทะเบียน ขย. เป็นหลัก ส่วนร้านหลายสาขาต้องมองเรื่องเชื่อมสต็อกข้ามสาขาเป็นอันดับต้นๆ เพราะถ้าระบบแยกกันคนละฐานข้อมูล จะไม่รู้เลยว่าสาขาไหนของขาด สาขาไหนของใกล้หมดอายุ

ขายหน้าร้านแบบ keyboard-first ไม่ต้องใช้เมาส์ สำคัญยังไง

POS ร้านขายยา แบบ keyboard ที่ไม่ต้องใช้เมาส์ ช่วยให้เภสัชกรคีย์ยอดขายได้เร็วตอนคิวลูกค้าแน่น เพราะมือไม่ต้องละจากคีย์บอร์ดไปจับเมาส์สลับหน้าจอ

ลองนึกภาพช่วงเย็นที่ลูกค้าต่อคิวหน้าเคาน์เตอร์ 4-5 คน ถ้าต้องเมาส์คลิกหาเมนู คลิกเลือกสินค้า คลิกยืนยัน แต่ละบิลก็ถ่วงเวลาไปหลายวินาทีโดยไม่รู้ตัว PharmaPOS ออกแบบหน้าขายให้พิมพ์ชื่อยาหรือรหัสแล้วกด Enter ไล่ไปจนถึงพิมพ์ใบเสร็จขนาด 80mm ได้ในจังหวะเดียว ไม่ต้องสลับมือ นี่คือจุดที่ทำให้ร้านที่ลูกค้าแน่นมากๆ รู้สึกถึงความต่างตั้งแต่วันแรกที่เปลี่ยนระบบ

FEFO คืออะไร ทำไมร้านยาต้องคุมสต็อกแบบ lot วันหมดอายุ

FEFO (First Expired, First Out) คือหลักการหยิบยาที่ใกล้หมดอายุออกขายก่อน แทนที่จะหยิบตามลำดับที่ซื้อเข้ามา ซึ่งจำเป็นมากสำหรับร้านยาเพราะยาแต่ละ lot มีวันหมดอายุต่างกัน ต่อให้เป็นยาตัวเดียวกัน

ถ้าคุมสต็อกด้วย Excel เภสัชกรต้องมานั่งไล่เช็กวันหมดอายุเองทีละรายการ ซึ่งเป็นงานที่ลืมง่ายมากเวลาร้านยุ่ง ระบบสต็อกแบบ lot ใน PharmaPOS จะบันทึกวันหมดอายุตั้งแต่ตอนรับยาเข้า แล้วดันให้ระบบขายหยิบ lot ที่ใกล้หมดอายุออกก่อนอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงที่ยาจะค้างชั้นจนหมดอายุ ซึ่งนอกจากเสียของแล้ว ยังเป็นจุดที่ผู้ตรวจสอบมักหยิบมาถามบ่อยด้วย

ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไง ให้โปรแกรมออกอัตโนมัติได้จริงไหม

ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 คือบัญชีควบคุมการขายยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ร้านยาต้องบันทึกทุกครั้งที่จ่ายยา ปกติต้องกรอกมือแยกเล่ม ซึ่งโปรแกรมทะเบียนยา ขย.9 อัตโนมัติแบบใน PharmaPOS จะออกให้ทันทีจากการขายหน้าร้าน โดยไม่ต้องกรอกซ้ำอีกรอบ

จุดนี้คืองานเอกสารที่เภสัชกรส่วนใหญ่เกลียดที่สุด เพราะต้องหยุดขาย มานั่งกรอกเลขที่ใบสั่งยา ชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ จำนวนคงเหลือ ทีละบรรทัด แล้วพอถึงเวลา อย. เข้ามาตรวจก็ต้องรีบไล่หาย้อนหลัง PharmaPOS ผูกการออกทะเบียนไว้กับขั้นตอนขายเลย ขายเสร็จ ระบบบันทึกเข้าเล่ม ขย. ให้พร้อมกัน เท่ากับตัดงานคีย์ซ้ำซ้อนออกไปทั้งกระบวนการ และเวลาต้องเปิดเอกสารให้เจ้าหน้าที่ดู ก็ดึงออกมาดูย้อนหลังได้ทันที ไม่ต้องเปิดเล่มกระดาษไล่หน้า

โปรแกรมร้านขายยา หลายสาขา ต้องเชื่อมสต็อกยังไง

โปรแกรมร้านขายยาหลายสาขาที่ใช้ได้จริง ต้องเชื่อมสต็อกทุกสาขาไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นภาพรวมว่าสาขาไหนมียาเหลือเท่าไหร่ ล็อตไหนใกล้หมดอายุ ได้จากที่เดียว ไม่ต้องโทรถามหรือรอรายงานสิ้นเดือน

ปัญหาที่พบบ่อยของร้านที่ขยายสาขาแบบไม่ได้วางระบบไว้ก่อน คือแต่ละสาขาต่างคนต่างคีย์ ต่างคนต่างสต็อก พอของขาดสาขาหนึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกสาขามีของเหลือ สุดท้ายต้องสั่งซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น หรือปล่อยให้ยาค้างสต็อกจนหมดอายุที่อีกสาขาโดยไม่มีใครรู้ ระบบที่เชื่อมสต็อกกันจริงจะช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจโอนยาข้ามสาขาได้ทันเวลา ก่อนที่จะต้องทิ้งเป็นสต็อกเสีย

เปิดร้านขายยาใหม่ ต้องใช้โปรแกรมอะไรบ้าง

ร้านขายยาที่เพิ่งเปิดใหม่ ควรมีโปรแกรมที่ครอบคลุมอย่างน้อย 3 ส่วน คือ ระบบขายหน้าร้าน ระบบคุมสต็อกยา และระบบทะเบียน ขย. ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน ไม่ใช่รอให้ร้านโตแล้วค่อยหาโปรแกรมมาแก้ปัญหาทีหลัง

เหตุผลคือช่วงเปิดร้านใหม่มักมีของเข้าเยอะ หลาย lot หลายรุ่น ถ้าไม่มีระบบคุมสต็อกตั้งแต่ต้น ข้อมูลจะกระจัดกระจายและตามแก้ทีหลังยากกว่าตอนเริ่มมาก นอกจากนี้ถ้าร้านมีพนักงานหลายกะตั้งแต่เปิด ระบบตารางเวรเภสัชกรและสลิปเงินเดือนก็ช่วยลดงานจัดตารางกะที่มักสับสนเรื่องใครอยู่เวรวันไหน และช่วยออกสลิปเงินเดือนพนักงานให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น ไม่ต้องมานั่งทำมือทุกสิ้นเดือน

เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา คุ้มไหม เริ่มต้นยังไง

การเปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยาคุ้มค่า เพราะช่วยตัดงานคีย์ซ้ำระหว่างขั้นตอนขาย-สต็อก-ทะเบียนที่แต่ก่อนต้องแยกทำทีละไฟล์ ให้กลายเป็นขั้นตอนเดียวที่ต่อเนื่องกัน

จุดที่ร้านส่วนใหญ่กังวลตอนจะเปลี่ยนคือกลัวข้อมูลสต็อกเดิมหาย หรือพนักงานปรับตัวไม่ทัน คำแนะนำคือเริ่มจากไล่นับสต็อกยาที่มีอยู่จริงให้ตรงก่อนวันเปลี่ยนระบบ แล้วค่อยนำเข้าข้อมูลเข้าโปรแกรมทีเดียว จากนั้นให้พนักงานฝึกใช้หน้าขายจริงสัก 2-3 วันคู่กับระบบเดิม ก่อนตัดใจเลิกใช้ Excel เต็มรูปแบบ ร้านที่วางแผนขั้นตอนนี้ไว้ล่วงหน้าจะเปลี่ยนระบบได้ราบรื่นกว่าร้านที่เปลี่ยนแบบฉับพลัน

โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ต้องดูอะไรนอกจากราคา

ราคาโปรแกรมร้านขายยาแต่ละเจ้าจะขึ้นกับฟีเจอร์ที่รวมมาให้และรูปแบบการใช้งานของแต่ละร้าน จึงควรเทียบจากฟีเจอร์ที่ใช้จริงก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขราคาต่อเดือนอย่างเดียว

ร้านที่เลือกโปรแกรมจากราคาถูกที่สุดอย่างเดียว มักเจอปัญหาทีหลังว่าฟีเจอร์ที่จำเป็นอย่างระบบ FEFO หรือทะเบียน ขย. อัตโนมัติไม่ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐาน ต้องจ่ายเพิ่มทีหลังหรือทำมือต่อไปเหมือนเดิม วิธีที่แนะนำคือลองเข้าไปดูระบบจริงก่อน ว่าหน้าตาการทำงานตรงกับที่ร้านต้องการหรือเปล่า แล้วค่อยคุยเรื่องแพ็กเกจกับทีมงานอีกที

เช็คลิสต์เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรม POS ร้านขายยา

ก่อนเซ็นสัญญาหรือโอนเงินมัดจำ ให้ไล่เช็คตามตารางนี้ทีละข้อ

หัวข้อที่ต้องเช็ก คำถามที่ต้องถามผู้ขาย
ความเร็วหน้าขาย ขายได้แบบ keyboard-first ไม่ง้อเมาส์ไหม พิมพ์ใบเสร็จ 80mm ได้เลยหรือเปล่า
สต็อกยา คุมสต็อกเป็น lot พร้อมวันหมดอายุ และมีระบบ FEFO เตือนของใกล้หมดจริงไหม
ทะเบียน ขย. ออกทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 อัตโนมัติจากการขายเลยไหม หรือยังต้องกรอกซ้ำ
หลายสาขา สต็อกทุกสาขาเชื่อมกันแบบเรียลไทม์ไหม ดูภาพรวมได้จากที่เดียวหรือเปล่า
งานพนักงาน มีระบบตารางเวรและสลิปเงินเดือนพนักงานรวมอยู่ด้วยไหม
การเริ่มใช้งาน มีระบบให้ทดลองใช้จริงก่อนตัดสินใจไหม ย้ายข้อมูลสต็อกเดิมเข้าระบบยากไหม

ถ้าตอบ "ใช่" ครบทุกข้อ นั่นคือโปรแกรมที่เหมาะกับร้านของคุณจริง ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่ขายดีในตลาด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรม POS ร้านขายยา แนะนำสำหรับร้านเดี่ยวกับร้านหลายสาขาต่างกันยังไง ร้านเดี่ยวควรเน้นความเร็วหน้าขายและทะเบียน ขย. อัตโนมัติเป็นหลัก ส่วนร้านหลายสาขาต้องเพิ่มเกณฑ์เรื่องสต็อกเชื่อมกันแบบเรียลไทม์เข้าไปด้วย เพราะถ้าแต่ละสาขาแยกฐานข้อมูลกัน จะบริหารของขาด-ของเกินยากขึ้นมาก

FEFO ต่างจาก FIFO ยังไง FIFO คือหยิบของที่เข้ามาก่อนออกก่อน ส่วน FEFO คือหยิบของที่ใกล้หมดอายุก่อนออกก่อน ซึ่งเหมาะกับร้านยามากกว่า เพราะยา lot เดียวกันอาจรับเข้ามาพร้อมกันแต่มีวันหมดอายุต่างกันได้

ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ถ้าใช้โปรแกรมออกอัตโนมัติ ยังต้องเก็บเอกสารกระดาษไหม ควรเก็บตามที่ระเบียบกำหนดควบคู่ไปด้วย แต่โปรแกรมช่วยลดเวลาที่ต้องกรอกมือซ้ำซ้อน และดึงข้อมูลย้อนหลังมาตรวจสอบได้เร็วขึ้นมากเวลามีการตรวจสอบ

เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ข้อมูลสต็อกเดิมจะหายไหม ไม่หาย ถ้าวางแผนไล่นับสต็อกจริงให้ตรงก่อน แล้วนำเข้าข้อมูลเข้าระบบใหม่ทีเดียว ร้านที่เตรียมขั้นตอนนี้ล่วงหน้าจะเปลี่ยนระบบได้ราบรื่นกว่า

โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ควรเทียบยังไงให้ไม่พลาด ควรเทียบจากฟีเจอร์ที่ใช้งานจริงก่อน เช่น มี FEFO และทะเบียน ขย. อัตโนมัติรวมอยู่ในแพ็กเกจหรือไม่ แล้วค่อยคุยเรื่องราคากับผู้ขายอีกที ไม่ควรเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

อยากรู้ว่าระบบที่ตอบโจทย์ทั้งหมดนี้หน้าตาเป็นแบบไหน ลองเข้าไปดูระบบจริงของ PharmaPOS ได้ที่ pharmapos-six.vercel.app แล้วลองกดใช้งานหน้าขายด้วยตัวเองได้เลย

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ