บทความ / ร้านขายยา

โปรแกรมร้านขายยา ราคา Free Starter Pro ของ PharmaPOS ต่างกันตรงไหน อัพเกรดตอนไหนดี

25 สิงหาคม 2569 อ่าน 12 นาที

PharmaPOS มี 3 แพ็ก คือ Free (ฟรีตลอดไป จำกัด 300 บิล/เดือน 1 สาขา 1 ผู้ใช้), Starter (590 บาท/เดือนต่อสาขา บิลไม่จำกัด รองรับ 3 ผู้ใช้) และ Pro (990 บาท/เดือนต่อสาขา รองรับหลายสาขา ครบทุกฟีเจอร์) ความต่างที่สำคัญกว่าราคาคือจำนวนบิลที่ตัดได้ต่อเดือน จำนวนคนที่ล็อกอินพร้อมกัน และจำนวนสาขาที่ระบบรองรับ ร้านที่ยอดขายเริ่มโตหรือเพิ่งรับพนักงานคนที่สอง มักจะชนขีดจำกัดของ Free ก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด

บทความนี้ไม่ได้จะบอกให้คุณอัพเกรดทันที แต่จะวางเกณฑ์ตัดสินใจง่ายๆ ให้เห็นชัดว่าร้านแบบไหนอยู่แพ็กไหนได้สบาย แล้วสัญญาณอะไรที่บอกว่าถึงเวลาต้องขยับแล้ว

แพ็ก Free, Starter, Pro ของ PharmaPOS ต่างกันตรงไหน

ต่างกัน 3 จุดหลัก คือ จำนวนบิลต่อเดือน จำนวนผู้ใช้ที่ล็อกอินพร้อมกัน และจำนวนสาขาที่ระบบรองรับ ส่วนทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ได้ครบตั้งแต่แพ็ก Free ไม่ต้องรอจ่ายเงินก่อนถึงจะใช้ได้

Free Starter Pro
ราคา ฿0 ฟรีตลอดไป ฿590/เดือน/สาขา ฿990/เดือน/สาขา
บิล/เดือน 300 บิล ไม่จำกัด ไม่จำกัด
ผู้ใช้ 1 คน 3 คน ตามแพ็กเต็ม
สาขา 1 สาขา 1 สาขา หลายสาขา
ทะเบียน ขย.9/10/11
ฟีเจอร์เต็ม บางส่วน บางส่วน ครบทุกฟีเจอร์

จุดที่ร้านยาส่วนใหญ่มองข้ามคือ "300 บิล/เดือน" ของแพ็ก Free ฟังดูเยอะ แต่ร้านที่เปิดทุกวันจะตกวันละ 10 บิลเท่านั้น ถ้าร้านคุณอยู่ในทำเลที่มีลูกค้าประจำหรือใกล้ชุมชน ตัวเลขนี้หมดเร็วกว่าที่คิด

ร้านยาแบบไหนที่ยังใช้แพ็ก Free ได้สบายๆ

ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ สาขาเดียว เภสัชกรดูแลเองคนเดียว และบิลไม่เกิน 10 ใบต่อวัน ใช้ Free ได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เหมาะกับร้านที่กำลังทดสอบตลาดหรือเพิ่งย้ายจากการจดมือ/Excel มาใช้ระบบจริงเป็นครั้งแรก

ข้อดีของช่วงนี้คือคุณได้ทะเบียนยา ขย.9/10/11 อัตโนมัติตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องมานั่งกรอกบัญชียาควบคุมด้วยมือทุกเย็น ถ้าเคยปวดหัวกับการทำบัญชีตามแบบ อย. ลองอ่าน บันทึกยาควบคุม-วัตถุออกฤทธิ์ตามแบบ อย. ร้านขายยาต้องทำบัญชีอะไรบ้าง ประกอบ จะเห็นภาพว่าแพ็ก Free ตัดงานส่วนนี้ออกไปได้เท่าไหร่

สัญญาณอะไรบอกว่าร้านคุณชนขีดจำกัดแพ็ก Free แล้ว

สัญญาณชัดที่สุดคือบิลใกล้แตะ 300 ใบต่อเดือน หรือคุณเริ่มรับพนักงาน/เภสัชกรคนที่สองเข้าร้าน เพราะแพ็ก Free ล็อกไว้ที่ 1 ผู้ใช้เท่านั้น ต่อให้บิลยังไม่เกิน แต่พอมีคนที่สองต้องล็อกอินพร้อมกัน — เช่นเภสัชกรยืนหน้าเคาน์เตอร์ ส่วนผู้ช่วยเช็คสต็อกหลังร้าน — ระบบจะเริ่มเป็นคอขวด

อีกสัญญาณคือร้านที่ยังพึ่ง Excel คู่ขนานไปกับ POS เพราะข้อมูลบิลไม่พอบันทึกครบเดือน ถ้าเข้าเดือนไหนก็ต้องเปิดไฟล์ Excel มาช่วยจด นั่นคือสัญญาณว่าคุณกำลังเสียเวลาซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

ควรอัพเกรดเป็น Starter เมื่อไหร่

อัพเกรดเป็น Starter เมื่อร้านยังมีสาขาเดียว แต่บิลเกิน 300 ใบ/เดือน หรือมีคนทำงานพร้อมกัน 2-3 คน แพ็กนี้ตัดข้อจำกัดเรื่องจำนวนบิลออกไปทั้งหมด (ไม่จำกัด) และเปิดให้ล็อกอินพร้อมกันได้ถึง 3 คน ในราคา 590 บาท/เดือนต่อสาขา

ถ้าคุณเป็นร้านยาสาขาเดียว งบไม่เยอะ กำลังหาคำตอบว่า pos ร้านขายยา สาขาเดียว งบน้อย ใช้ตัวไหนดี Starter คือจุดที่คุ้มที่สุด เพราะจ่ายเท่าเดิมทุกเดือนไม่ว่ายอดขายจะโตแค่ไหน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงตามจำนวนบิล

จุดที่ควรเช็คก่อนอัพเกรดคือปัญหาที่แท้จริงของร้านคุณอยู่ที่ "จำนวนบิล" หรือ "คนคุมส่วนลด/ยกเลิกบิล" กันแน่ เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง ปัญหาอาจไม่ใช่แค่แพ็กไหน แต่เป็นเรื่องสิทธิ์การใช้งาน — อ่านเพิ่มได้ที่ สิทธิ์พนักงานร้านยาใน POS: ปิดช่องโหว่เงินขาดบัญชีจากส่วนลด-ยกเลิกบิลที่คุมไม่ได้

ควรอัพเกรดเป็น Pro เมื่อไหร่

อัพเกรดเป็น Pro ทันทีที่ร้านคุณเปิดสาขาที่สอง เพราะ Starter รองรับได้แค่ 1 สาขาต่อการสมัคร ส่วน Pro ออกแบบมาให้ดูสต็อกยา ยอดขาย และวันหมดอายุของทุกสาขาพร้อมกันในหน้าจอเดียว ราคาอยู่ที่ 990 บาท/เดือนต่อสาขา

เจ้าของร้านที่มีหลายสาขามักเจอปัญหาเดียวกันคือต้องโทรถามแต่ละสาขาว่า "ล็อตนี้ใกล้หมดอายุหรือยัง" หรือ "ยาตัวนี้เหลือกี่กล่อง" ทุกวัน ซึ่ง Pro แก้ตรงจุดนี้โดยตรง อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ ร้านขายยาหลายสาขา จะเห็นสต็อกยาใกล้หมดอายุของทุกสาขาพร้อมกันได้ยังไง ไม่ต้องโทรถามทีละร้าน

ถ้าร้านคุณยังสาขาเดียวแต่มีแผนขยายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า การทดลอง Pro ก่อนล่วงหน้าช่วยให้ทีมคุ้นระบบก่อนวันเปิดสาขาจริง ไม่ต้องมาเรียนรู้พร้อมกับความวุ่นวายวันเปิดร้าน

จ่ายรายเดือนหรือรายปี แบบไหนคุ้มกว่ากัน

จ่ายรายปีคุ้มกว่า เพราะคิดราคาแค่ 10 เดือนจากทั้งปี Starter รายปีอยู่ที่ 5,900 บาท/ปี (ปกติ 590×12 = 7,080 บาท ประหยัดไป 2 เดือน) ส่วน Pro รายปีอยู่ที่ 9,900 บาท/ปี (ปกติ 990×12 = 11,880 บาท ประหยัดไป 2 เดือนเช่นกัน) ราคาทั้งหมดยังไม่รวม VAT และไม่มีค่าแรกเข้าใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับคนที่ถามว่าโปรแกรมร้านขายยา รายเดือนเท่าไหร่ ไม่มีค่าติดตั้ง คำตอบคือเริ่มที่ 590 บาท/เดือนสำหรับ Starter ไม่มีค่าติดตั้ง ไม่มีค่าแรกเข้า สมัครแล้วใช้ได้ทันที ถ้ายังไม่มั่นใจว่าแพ็กไหนเหมาะ สมัครใหม่ทดลอง Pro ได้ฟรี 7 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ลองใช้จริงกับข้อมูลสต็อกร้านคุณก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน

ก่อนอัพเกรด ลองเช็คตัวเองด้วย 3 ข้อนี้:

  1. บิลต่อเดือนเกิน 300 ใบหรือยัง
  2. มีคนล็อกอินพร้อมกันเกิน 1 คนหรือยัง
  3. มีสาขาที่สองหรือกำลังจะมีในเร็วๆ นี้หรือเปล่า

ถ้าตอบใช่แม้แค่ข้อเดียว นั่นคือจุดที่แพ็ก Free เริ่มไม่พอสำหรับร้านคุณแล้ว ทดลองใช้ Pro ฟรี 7 วันได้ที่ pharmaposthai.vercel.app แล้ววัดผลจริงกับข้อมูลร้านของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แพ็ก Free ของ PharmaPOS ใช้ฟรีตลอดไปจริงไหม ไม่มีหมดอายุ? ใช่ แพ็ก Free ไม่มีวันหมดอายุ ใช้ได้ตราบเท่าที่ร้านยังอยู่ในขีดจำกัด 300 บิล/เดือน 1 สาขา 1 ผู้ใช้ และยังได้ทะเบียน ขย.9/10/11 ครบเหมือนแพ็กเสียเงิน

ถ้าบิลเกิน 300 ใบในเดือนนั้นแต่ไม่อยากจ่ายรายเดือน ทำยังไง? ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงขีดจำกัด คุณเลือกอัพเกรดเป็น Starter เฉพาะเดือนที่จำเป็นได้ เพราะคิดราคาแบบรายเดือนไม่ผูกสัญญาระยะยาว

ร้านสาขาเดียว ควรเลือก Starter หรือ Pro? ถ้ามีสาขาเดียวและไม่มีแผนขยายในเร็วๆ นี้ Starter คุ้มกว่า เพราะได้บิลไม่จำกัดและ 3 ผู้ใช้ในราคาต่ำกว่า Pro ส่วน Pro จะคุ้มก็ต่อเมื่อร้านคุณต้องการฟีเจอร์เต็มรูปแบบหรือกำลังจะขยายสาขา

ทดลองใช้ Pro ฟรี 7 วัน ต้องผูกบัตรเครดิตไหม? ไม่ต้อง สมัครใหม่ทดลอง Pro ฟรี 7 วันได้โดยไม่ต้องใส่ข้อมูลบัตรเครดิต

จ่ายรายปีประหยัดกว่ารายเดือนกี่บาท? Starter ประหยัด 1,180 บาท/ปี (จาก 7,080 เหลือ 5,900) และ Pro ประหยัด 1,980 บาท/ปี (จาก 11,880 เหลือ 9,900) เท่ากับจ่ายแค่ 10 เดือนต่อปี

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ