บทความ / ร้านขายยา

ร้านยาตั้งราคาสองราคา บัตรทอง/ประกันสังคม ในระบบ POS ยังไงไม่ให้แคชเชียร์งงตอนคิดเงิน

21 สิงหาคม 2569 อ่าน 11 นาที

ร้านยาที่รับบัตรทอง/ประกันสังคมตั้งราคาสองราคาในระบบ POS ได้โดยตั้ง "ราคาสิทธิเบิก" กับ "ราคาเงินสด" แยกไว้ที่ตัวสินค้าตั้งแต่ต้น แล้วให้ระบบดึงราคาที่ถูกต้องขึ้นอัตโนมัติตามประเภทการขายที่แคชเชียร์เลือกตอนเปิดบิล — ไม่ใช่ให้พนักงานพิมพ์ราคาเองหรือจำเป็นรายตัวยา วิธีนี้ตัดปัญหาคิดเงินผิดราคาที่ร้านยารับสิทธิเจอกันบ่อยที่สุด

ถ้าร้านคุณเพิ่งเริ่มรับบัตรทองหรือประกันสังคม หรือกำลังปวดหัวเพราะแคชเชียร์กดราคาสลับกันอยู่บ่อยๆ บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่าทำไมปัญหานี้เกิด แล้วตั้งระบบยังไงให้จบ

ทำไมร้านยาที่รับบัตรทอง/ประกันสังคมต้องตั้งราคาสองราคา

เพราะราคาที่เบิกได้จากสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมถูกกำหนดตายตัวจากหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่ราคาที่ร้านตั้งเองเหมือนขายหน้าร้านปกติ ยาตัวเดียวกันจึงมีสองราคาอยู่ในระบบพร้อมกัน — ราคาที่เบิกกับสิทธิ กับราคาที่ขายลูกค้าจ่ายเงินสด

ปัญหาคือ POS ทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับร้านยาโดยเฉพาะ มักมีช่องราคาให้กรอกแค่ราคาเดียวต่อสินค้า พอร้านต้องขายสองราคา แคชเชียร์เลยต้องแก้ราคาหน้างานเอง หรือแย่กว่านั้นคือ "จำ" ราคาสิทธิของยาแต่ละตัวเอาไว้ในหัว ซึ่งพอยาในร้านมีเป็นร้อยเป็นพันรายการ ไม่มีทางจำได้ครบและไม่มีทางไม่พลาด

ตั้งราคาสองราคาผิดจุดแล้วเกิดอะไรตามมา

ผลที่ตามมาตรงที่สุดคือเงินขาดบัญชีตอนปิดยอดท้ายวัน เพราะขายราคาสิทธิให้ลูกค้าเงินสด หรือขายราคาเงินสดให้เคสที่ควรเบิกสิทธิ ทั้งสองแบบทำให้ยอดขายจริงกับยอดที่ควรได้ไม่ตรงกัน เภสัชกรต้องมานั่งไล่บิลย้อนหลังว่าพลาดตรงไหน

อีกจุดที่กระทบหนักกว่าคือเรื่องเบิกจ่าย ถ้าบิลที่ส่งเบิกสิทธิบันทึกราคาผิดไปจากที่หน่วยงานกำหนด อาจถูกตีกลับหรือเบิกไม่ได้เต็มจำนวน ร้านต้องรับภาระส่วนต่างเอง และถ้าเอกสารไม่ตรงกันบ่อยๆ ก็เป็นจุดที่ สสจ. อาจตั้งข้อสังเกตตอนตรวจร้านได้เช่นกัน

พูดง่ายๆ คือความผิดพลาดเล็กๆ ตรงหน้าจอคิดเงิน ไปโผล่เป็นปัญหาใหญ่ตอนปิดบัญชีและตอนส่งเอกสารเบิก

ตั้งราคาสองระดับใน PharmaPOS ทำยังไง

หลักการคือแยกราคาออกจากตัว "สิทธิการขาย" ไม่ใช่แยกจากตัวคน ทำตามลำดับนี้

ขั้นที่ 1 — ตั้งราคาสองช่องที่ตัวสินค้า ทุกรายการยาในระบบมีช่องราคาแยกไว้ให้กรอกทั้งราคาขายเงินสดปกติ และราคาสิทธิเบิก ตั้งครั้งเดียวตอนตั้งสินค้าหรือตอนรับยาเข้าสต็อกพร้อมกับข้อมูล lot และวันหมดอายุ ไม่ต้องมาแก้ทีหลังทุกครั้งที่ขาย

ขั้นที่ 2 — กำหนดประเภทการขายไว้ในระบบ แยกเป็นกลุ่ม เช่น ขายเงินสด / เบิกบัตรทอง / เบิกประกันสังคม แต่ละกลุ่มผูกกับราคาที่ตั้งไว้ในขั้นแรกอัตโนมัติ ไม่ต้องมาไล่จับคู่ยากับราคาเองทุกบิล

ขั้นที่ 3 — เลือกประเภทการขายตอนเปิดบิล ก่อนเริ่มสแกนยา พอเลือกแล้ว ทุกตัวที่สแกนหรือกดขายในบิลนั้นจะดึงราคาตามประเภทที่เลือกไว้ทันที แคชเชียร์ไม่ต้องมานั่งเช็คราคาทีละรายการ ระบบเลือกให้ตั้งแต่ต้นบิล

แคชเชียร์กดยังไงไม่ต้องจำราคาเอง

ตัวช่วยสำคัญคือหน้าขายแบบ keyboard-first ที่ไม่ต้องเมาส์ไล่คลิกทีละเมนู แคชเชียร์กดเลือกประเภทบิล (เงินสด/บัตรทอง/ประกันสังคม) ด้วยปุ่มลัดตั้งแต่ก่อนเริ่มสแกนยา จากนั้นก็สแกนบาร์โค้ดหรือค้นชื่อยาไปเรื่อยๆ ตัดสต็อกอัตโนมัติทีละรายการโดยราคาที่ขึ้นหน้าจอเป็นราคาที่ตรงกับประเภทบิลอยู่แล้ว ไม่ต้องหยุดถามหัวหน้าร้านหรือเปิดสมุดโน้ตราคาข้างเครื่อง

ข้อดีของแนวทางนี้คือพนักงานใหม่ที่ยังไม่คุ้นราคายาทุกตัว ก็กดขายได้ถูกตั้งแต่วันแรก เพราะระบบเป็นคนจำราคาแทน ไม่ใช่ให้คนจำ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับร้านที่พนักงานหน้าร้านเปลี่ยนบ่อย เพราะระบบขายที่เรียนรู้ได้เร็วตั้งแต่กะแรกช่วยลดเวลาเทรนคนใหม่ไปได้เยอะ ไม่ต้องมานั่งท่องราคาก่อนขึ้นเครื่องขาย

ปิดยอดขายท้ายวัน แยกสิทธิเบิก vs เงินสด ยังไงไม่ให้บัญชีสับสน

ระบบต้องแยกยอดขายตามประเภทบิลให้อัตโนมัติตั้งแต่ตอนขาย ไม่ใช่มาไล่แยกทีหลังตอนปิดยอด เพราะทุกบิลถูกแท็กประเภทไว้แล้วจากขั้นตอนเลือกก่อนเปิดบิล ตอนปิดยอดท้ายวันเภสัชกรจะเห็นสรุปแยกชัดเจนว่าวันนี้ขายเงินสดเท่าไหร่ ขายผ่านสิทธิบัตรทองเท่าไหร่ ผ่านประกันสังคมเท่าไหร่ กระทบยอดเงินสดในลิ้นชักกับยอดขายเงินสดล้วนได้ตรงจุด ไม่ปนกับยอดเบิกที่ยังไม่ได้รับเงินจริง

ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพความต่างของสองราคานี้แบบคร่าวๆ

หัวข้อ ราคาเงินสด ราคาสิทธิเบิก (บัตรทอง/ประกันสังคม)
ใครเป็นคนตั้งราคา ร้านตั้งเอง หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
จ่ายเมื่อไหร่ ลูกค้าจ่ายทันทีหน้าร้าน ร้านรอเบิกคืนภายหลัง
ตอนปิดยอด นับรวมในเงินสดลิ้นชัก แยกสรุปรอเอกสารเบิก
ความเสี่ยงถ้าตั้งราคาผิด ขาดกำไรต่อบิล เบิกไม่ได้เต็มจำนวน/ตีกลับ

พอแยกได้ตั้งแต่หน้าขาย เอกสารสรุปส่งเบิกก็พร้อมส่งได้เลยโดยไม่ต้องนั่งไล่คัดบิลทีละใบ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ต้องคุมให้ดีคู่กับฟีเจอร์ที่ร้านขายยาเฉพาะทางต้องมีต่างจาก POS ร้านค้าทั่วไป เพราะ POS ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมารองรับการขายแบบหลายสิทธิพร้อมกันตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ร้านยาที่ยังไม่ได้รับบัตรทอง/ประกันสังคม ต้องตั้งราคาสองระดับไว้ก่อนไหม ไม่จำเป็นต้องตั้งก่อน แต่ถ้าอยู่ระหว่างเตรียมเข้าร่วมโครงการ ตั้งช่องราคาสิทธิเบิกรอไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องมาแก้สินค้าทีละตัวย้อนหลังตอนเริ่มรับสิทธิจริง

ถ้ายาตัวเดียวกันมีทั้งราคาบัตรทองและราคาประกันสังคมที่ต่างกัน ทำยังไง ตั้งเป็นประเภทการขายแยกกันคนละกลุ่ม แต่ละกลุ่มผูกราคาของตัวเองได้อิสระ ไม่ต้องใช้ราคาเดียวปนกันทั้งสองสิทธิ

พนักงานลืมเลือกประเภทบิลก่อนขาย แก้ไขย้อนหลังได้ไหม แก้ไขบิลย้อนหลังได้ตามสิทธิ์การใช้งานที่กำหนดไว้ แต่แนะนำให้ฝึกให้แคชเชียร์เลือกประเภทบิลเป็นขั้นตอนแรกก่อนสแกนยาทุกครั้ง เพื่อลดงานแก้ไขย้อนหลังและลดความเสี่ยงยอดขาดตอนปิดบัญชี

ต้องใช้แพ็กเสียเงินถึงจะตั้งราคาสองระดับได้ไหม แพ็ก Free ของ PharmaPOS ใช้งานได้ฟรีตลอดไป และได้ทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบตั้งแต่แพ็กฟรี เหมาะกับร้านสาขาเดียวที่อยากเริ่มจัดระบบราคาให้เรียบร้อยโดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม

ร้านที่ยังปล่อยให้แคชเชียร์จำราคาสิทธิเองอยู่ ทุกวันที่ผ่านไปคือความเสี่ยงเงินขาดบัญชีสะสมโดยไม่รู้ตัว ลองเข้าไปตั้งค่าราคาสองระดับดูจริงที่ pharmaposthai.vercel.app สมัครแพ็ก Free ได้ทันทีไม่มีค่าแรกเข้า หรือถ้าอยากลองฟีเจอร์เต็มระบบ กดทดลองใช้ Pro ฟรี 7 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต เริ่มตั้งราคาให้ถูกตั้งแต่บิลแรกวันนี้ ก่อนที่ยอดขาดบัญชีปลายเดือนจะบานปลายไปมากกว่านี้

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ