บทความ / ร้านขายยา
โปรแกรมร้านขายยา ยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบฟีเจอร์ เบื้องหลังทำไม LogicLayer ถึงสร้าง PharmaPOS
โปรแกรมร้านขายยา ยี่ห้อไหนดี ไม่ได้วัดกันที่หน้าตาสวยหรือฟีเจอร์เยอะ แต่วัดที่ว่าคนออกแบบเข้าใจงานหลังร้านยาจริงแค่ไหน PharmaPOS ของ LogicLayer เริ่มจากจุดนั้น ก่อนเขียนโค้ดบรรทัดแรก ทีมงานลงพื้นที่คุยกับเภสัชกรและเจ้าของร้านยาหลายแห่งก่อน เพื่อเข้าใจว่าการนับสต็อกยาแบบ lot และการทำทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ด้วยมือมันกินเวลาและสร้างความเสี่ยงให้ร้านมากแค่ไหน
ทำไมต้องคุยกับเภสัชกรก่อนเขียนโค้ด ไม่ใช่ก๊อปฟีเจอร์คู่แข่งมาแปะ
เพราะ POS ทั่วไปถูกออกแบบมาขายของทั่วไป ไม่ได้ออกแบบมารับงานที่ร้านยาต้องทำทุกวันอย่างการควบคุมยาและเอกสารทางกฎหมาย เราเลยเลือกเริ่มจากศูนย์ ไม่ใช่เอาโครง POS ร้านสะดวกซื้อมาปรับหน้าตา
ทีมนั่งคุยกับเภสัชกรประจำร้าน เจ้าของร้านยาที่ดูแลเองทุกวัน ไปจนถึงร้านที่เริ่มขยายสาขา คำถามที่ถามซ้ำที่สุดไม่ใช่ "อยากได้ฟีเจอร์อะไร" แต่เป็น "ตอนนี้เสียเวลากับอะไรมากที่สุด" คำตอบที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีกคือสองเรื่อง นับสต็อกยาที่มีหลาย lot หลายวันหมดอายุปนกันในตู้ กับการเปิดสมุดจดทะเบียน ขย. แยกจากระบบขายหน้าร้านโดยสิ้นเชิง
เภสัชกรหน้าร้านเจอปัญหาอะไรบ่อยที่สุดกับ POS ทั่วไป
ปัญหาที่ซ้ำที่สุดสามเรื่องคือ นับสต็อกยาแบบ lot และวันหมดอายุด้วยมือ ทำทะเบียน ขย. แยกจากยอดขายจริง และกังวลเรื่องการบันทึกยาควบคุม/วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทให้ตรงตอนถูกสสจ.เข้าตรวจ
ร้านที่ยังใช้ Excel หรือสมุดจด ปัญหาคือขายยาไปแล้ว แต่ตัวเลขในสมุดทะเบียนไม่ขยับตาม ต้องมานั่งไล่กรอกย้อนหลังตอนดึก หรือแย่กว่านั้นคือลืมกรอกจนตัวเลขไม่ตรงตอนตรวจจริง เรื่องสต็อกก็เช่นกัน ยาล็อตเก่าที่ใกล้หมดอายุมักถูกลืมอยู่ลึกในตู้ เพราะไม่มีระบบไหนเตือนให้หยิบล็อตนั้นออกมาขายก่อน ปัญหานี้คือที่มาของแนวคิดระบบคุมสต็อกยาแบบ Lot และวันหมดอายุ (FEFO) ที่เราเอามาเป็นแกนออกแบบ ไม่ใช่ฟีเจอร์เสริมที่คิดทีหลัง
PharmaPOS ต่างจาก POS ทั่วไปที่แปะป้ายว่า "ใช้กับร้านยาได้" ยังไง
ต่างตรงที่ PharmaPOS ออกแบบจากปัญหาจริงของหน้างานร้านยาเป็นแกนหลัก ไม่ใช่เอา POS ทั่วไปมาเพิ่มเมนู "ยา" แล้วเรียกว่าใช้ได้กับร้านขายยา
จากบทสนทนากับเภสัชกรที่ลงพื้นที่ไป ทีมออกแบบระบบขายหน้าร้านแบบ keyboard-first พิมพ์คีย์เดียวขายได้ ไม่ต้องพึ่งเมาส์ตอนคิวลูกค้ายาว พร้อมพิมพ์ใบเสร็จ 80mm ทันที ส่วนสต็อกยาคุมด้วยระบบ lot และวันหมดอายุแบบ FEFO ให้ยาที่ใกล้หมดอายุถูกดันออกมาขายก่อนอัตโนมัติ
ที่ต่างชัดที่สุดคือทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ที่ออกอัตโนมัติจากการขายหน้าร้านทุกครั้ง ไม่ต้องเปิดสมุดแยกกรอกซ้ำอีก งานเอกสารที่เภสัชกรเกลียดที่สุดคืองานที่เราตั้งใจตัดออกจากวันทำงานให้มากที่สุด ถ้าอยากรู้รายละเอียดว่าทะเบียนแต่ละแบบต้องทำอะไรบ้าง อ่านเพิ่มได้ที่ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไง นอกจากงานขายและทะเบียน ระบบยังดูแลตารางเวรและสลิปเงินเดือนพนักงานในร้านให้ครบ เพราะร้านยาหนึ่งร้านไม่ได้มีแค่เภสัชกรคนเดียว
ใครควรลองเทียบ PharmaPOS ก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรมร้านขายยา
ถ้าร้านคุณยังคุมสต็อกและทำทะเบียนด้วยมือหรือ Excel อยู่ นี่คือจุดที่ควรเริ่มเทียบ ไม่ว่าจะเป็นร้านเดี่ยวที่เภสัชกรทำเองทุกอย่าง หรือร้านที่กำลังขยายหลายสาขาแล้วเริ่มรู้สึกว่าสต็อกแต่ละสาขาไม่ตรงกัน สำหรับร้านหลายสาขา ปัญหาสต็อกชนกันหรือทะเบียนหลุดกำหนดมักหนักกว่าร้านเดี่ยวหลายเท่า เรื่องนี้เรารวบรวมไว้ในเช็คลิสต์เจ้าของร้านยา 2 สาขาขึ้นไป
ก่อนตัดสินใจว่าโปรแกรมร้านขายยา ยี่ห้อไหนดี ที่สุดสำหรับร้านคุณ ลองเข้าไปสำรวจหน้าตาระบบขายจริงที่ pharmaposthai.vercel.app ดูก่อนได้เลย จะได้เห็นเองว่าฟีเจอร์ที่ออกแบบจากบทสนทนากับเภสัชกรหน้าร้านจริง หน้าตาและใช้งานจริงต่างจาก POS ทั่วไปตรงไหนบ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
PharmaPOS ต่างจากโปรแกรมร้านขายยาทั่วไปตรงไหนบ้าง ต่างที่จุดเริ่มต้นของการออกแบบ ทีมคุยกับเภสัชกรหน้าร้านก่อนเขียนโค้ด ทำให้ฟีเจอร์อย่างสต็อกยา lot/FEFO และทะเบียน ขย. อัตโนมัติ ถูกออกแบบจากปัญหาจริง ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่เพิ่มทีหลังเพื่อให้ครบลิสต์
PharmaPOS ทำทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 อัตโนมัติได้ยังไง ระบบดึงข้อมูลจากการขายหน้าร้านมาสร้างรายการในทะเบียนที่เกี่ยวข้องให้เองทันที ไม่ต้องเปิดสมุดแยกกรอกซ้ำสองรอบเหมือนระบบเดิม
ร้านขายยาสาขาเดียว งบไม่เยอะ เหมาะใช้ PharmaPOS ไหม เหมาะ เพราะฟีเจอร์หลักอย่างขายหน้าร้าน keyboard-first และคุมสต็อก lot ถูกออกแบบมาให้ร้านเดี่ยวใช้งานได้ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องรอขยายสาขาก่อนถึงจะคุ้มค่า
อยากลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ ดูได้จากที่ไหน เข้าไปสำรวจตัวระบบจริงได้ที่ pharmaposthai.vercel.app เพื่อดูหน้าตาการขายหน้าร้าน การจัดการสต็อก และทะเบียน ขย. ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรม