บทความ / ร้านขายยา
ร้านยาเดี่ยวสู้เชนร้านยาใหญ่ยังไง เมื่อระบบหลังบ้านคือจุดต่างที่ทำได้เอง
ร้านยาเดี่ยวสู้เชนร้านยาใหญ่เรื่องทุนซื้อยาและอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเชนสั่งยาทีละล็อตใหญ่ ต้นทุนต่อหน่วยย่อมถูกกว่า แต่ร้านเดี่ยวสู้ได้ในสองเรื่องที่เชนทำได้ช้ากว่าเสมอ คือความเร็วในการตอบลูกค้าหน้าร้าน กับความแม่นยำของสต็อกยาและทะเบียน ขย. ซึ่งวันนี้ทำได้เองด้วยระบบ POS ร้านขายยาที่ราคาจับต้องได้ ไม่ต้องรอทีม IT กลางเหมือนเชน
เชนร้านยาใหญ่ได้เปรียบร้านเดี่ยวตรงไหนจริงๆ
เชนได้เปรียบสองเรื่องหลัก คือทุนกับอำนาจต่อรอง เชนสั่งยาทีเป็นแสนกล่องต่อเดือน ทำให้ต่อรองราคากับบริษัทยาได้ต่ำกว่าที่ร้านเดี่ยวสั่งทีละไม่กี่ร้อยกล่องจะทำได้
อีกจุดคือทีมหลังบ้าน เชนมีแผนก IT มีนักวิเคราะห์สต็อกส่วนกลาง มีระบบเชื่อมทุกสาขาแบบเรียลไทม์ ร้านเดี่ยวไม่มีทีมขนาดนั้น เภสัชกรต้องทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ขายหน้าร้านจนถึงปิดยอดตอนเย็น
สองจุดนี้คือความจริงที่ต้องยอมรับ ไม่มีประโยชน์ที่จะไปแข่งเรื่องราคาต้นทุนหรือขนาดทีมกับเชน เพราะแข่งแล้วแพ้แน่ๆ
แล้วร้านเดี่ยวสู้เชนได้ด้วยอะไร
ร้านเดี่ยวสู้ได้ด้วยความเร็วหน้าร้านและความแม่นยำของข้อมูลสต็อก-ทะเบียนยา สองอย่างนี้ไม่ต้องใช้ทุนมาก แต่ต้องใช้ระบบที่ถูกออกแบบมาให้ร้านยาใช้งานเองได้ทันที ไม่ต้องพึ่งทีม IT
ความเร็วหน้าร้านคือจุดที่ร้านเดี่ยวชนะอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เภสัชกรรู้จักลูกค้าประจำ รู้ว่าใครกินยาอะไรเป็นประจำ คุยจบไว ไม่ต้องรอคิวยาวเหมือนเชนสาขาใหญ่ แต่ถ้าระบบขายหน้าร้านช้า ต้องคลิกเมาส์หลายจอ ความเร็วที่ได้เปรียบตรงนี้ก็หายไปทันที ระบบ POS แบบ keyboard-first ที่คีย์บิลจบในไม่กี่วินาที พร้อมพิมพ์ใบเสร็จ 80mm ให้ลูกค้าเดินออกจากร้านได้เร็ว คือสิ่งที่ทำให้ข้อได้เปรียบนี้ยังคงอยู่จริง ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับอีกปัญหาที่ร้านยาเจอบ่อย คือพนักงานลาออกบ่อย ต้องเทรนคนใหม่ทุกเดือน ระบบที่เรียนรู้เร็วภายในกะเดียวช่วยลดต้นทุนแอบแฝงที่ร้านเดี่ยวมักมองข้าม
ส่วนความแม่นยำของสต็อกและทะเบียนยา คือจุดที่ร้านเดี่ยวเคยเสียเปรียบเพราะทำมือหรือคุมด้วย Excel แล้วข้อมูลหลุด แต่พอมีระบบที่บันทึกอัตโนมัติตั้งแต่ขายหน้าร้าน ร้านเดี่ยวก็ทำได้แม่นยำไม่ต่างจากเชน โดยไม่ต้องมีทีมส่วนกลางมาคุมให้
ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไง ถึงเป็นจุดที่ร้านเดี่ยวพลิกเกมได้
ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 คือบัญชีที่ร้านขายยาต้องบันทึกตามกฎหมาย ครอบคลุมยาควบคุมพิเศษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และยาเสพติดให้โทษ ต้องทำให้ตรงเวลาและพร้อมให้ตรวจได้ทุกเมื่อ
ร้านที่ยังจดมือหรือกรอกทีหลังจากความจำ มีความเสี่ยงสองแบบ แบบแรกคือข้อมูลไม่ตรงกับสต็อกจริง แบบที่สองคือเภสัชกรเสียเวลาช่วงปิดร้านไปกับงานเอกสารที่ไม่ได้สร้างรายได้เลย ขณะที่เชนมีทีมธุรการช่วยจัดการส่วนนี้ ร้านเดี่ยวต้องทำเอง
จุดที่ระบบเข้ามาพลิกเกมได้ คือให้ทะเบียนออกอัตโนมัติจากการขายหน้าร้าน ขายยาควบคุมกล่องไหน ระบบตัดบัญชีให้ทันที ไม่ต้องมานั่งกรอกซ้ำตอนปิดร้าน เรื่องนี้เขียนไว้ละเอียดกว่านี้ในทะเบียนยา ขย.9 อัตโนมัติต่างจากจดมือแบบเดิมตรงไหน ซึ่งเทียบให้เห็นว่าประหยัดเวลาเภสัชกรได้กี่ชั่วโมงต่อเดือนจริงๆ
โปรแกรมร้านขายยา ทดลองใช้ฟรี ช่วยร้านเดี่ยวงบน้อยได้จริงแค่ไหน
ช่วยได้จริง ถ้าแพ็กฟรีนั้นให้ฟีเจอร์ที่ร้านต้องใช้ทุกวันครบ ไม่ใช่แค่เดโมทดลองแล้วต้องจ่ายเพิ่มถึงจะใช้งานได้จริง
PharmaPOS ให้ร้านเดี่ยวเริ่มที่แพ็ก Free ฿0 ได้ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ครบตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องรอผ่านทีม IT หรือลงทุนเซิร์ฟเวอร์แบบที่เชนทำ แพ็กฟรีนี้ใช้ได้ 1 สาขา 1 ผู้ใช้ รองรับ 300 บิลต่อเดือน และใช้ได้ฟรีตลอดไปไม่มีวันหมด เหมาะกับร้านที่เพิ่งเริ่มวางระบบหรือร้านเล็กที่ยอดขายยังไม่มาก ถ้าอยากรู้ว่ามีโปรแกรมฟรีตัวไหนที่ให้ทะเบียนครบแบบนี้อีกไหม ลองอ่านโปรแกรมร้านขายยาฟรี มีจริงไหม ตัวไหนได้ทะเบียน ขย. ครบโดยไม่ต้องจ่าย เทียบไว้ให้แล้ว
ส่วนร้านที่โตขึ้นมาแล้วอยากใช้บิลไม่จำกัดหรือมีหลายสาขา ก็ทดลองใช้แพ็ก Pro ฟรี 7 วันได้ ไม่ต้องใส่บัตรเครดิตตั้งแต่แรก ตัดสินใจทีหลังได้ว่าจะอัปเกรดหรือไม่
pos ร้านขายยา สาขาเดียว งบน้อย ควรเลือกแบบไหน
ร้านสาขาเดียวงบน้อย ควรเลือกระบบที่ทำสามอย่างพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว คือขายหน้าร้านเร็ว คุมสต็อกแบบ lot และวันหมดอายุตามหลัก FEFO และออกทะเบียน ขย. อัตโนมัติ ไม่ใช่ POS ทั่วไปที่ทำได้แค่คิดเงิน
ระบบขายที่ดีต่อร้านเดี่ยวต้องใช้งานผ่านคีย์บอร์ดได้ทั้งบิล ไม่ต้องสลับมาใช้เมาส์ทุกขั้นตอน เพราะพนักงานร้านยาหลายคนไม่ได้อยู่นาน การเรียนรู้ระบบให้จบภายในกะเดียวจึงสำคัญกว่าที่คิด และควรใช้ได้ทั้งบนคอมตั้งโต๊ะและแท็บเล็ต Android เผื่อวันที่ต้องขายจากมุมอื่นของร้านหรือช่วงที่คนแน่น
เรื่องสต็อกก็สำคัญไม่แพ้กัน ยาที่ใกล้หมดอายุต้องถูกดันออกมาขายก่อนโดยอัตโนมัติตามหลัก FEFO ไม่ใช่รอให้เภสัชกรมานับเองทุกเดือน ถ้าอยากเข้าใจตรรกะการตั้งค่า FEFO ให้ระบบเตือนล็อตใกล้หมดอายุแทนคน มีอธิบายไว้ในบทความอื่นของ PharmaPOS ที่พูดถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ
โปรแกรมร้านขายยา รายเดือนเท่าไหร่ ไม่มีค่าติดตั้ง
PharmaPOS มีสามแพ็กราคาชัดเจน ไม่มีค่าแรกเข้า ราคายังไม่รวม VAT
แพ็ก Free ฿0 ต่อสาขา ใช้ได้ 1 สาขา 1 ผู้ใช้ 300 บิลต่อเดือน ฟรีตลอดไป ได้ทะเบียน ขย.9/10/11 ครบ
แพ็ก Starter ฿590 ต่อสาขาต่อเดือน ใช้ได้ 1 สาขา 3 ผู้ใช้ บิลไม่จำกัด เหมาะกับร้านที่ยอดขายเกิน 300 บิลแล้วและมีพนักงานมากกว่า 1 คน
แพ็ก Pro ฿990 ต่อสาขาต่อเดือน รองรับหลายสาขา ครบทุกฟีเจอร์ เหมาะกับร้านที่กำลังขยายสาขาแต่ยังไม่มีทีม IT แบบเชน
ถ้าจ่ายรายปีจะคิดแค่ 10 เดือน คือ Starter ฿5,900 ต่อปี และ Pro ฿9,900 ต่อปี ทุกแพ็กสมัครได้โดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต และแพ็ก Pro ทดลองใช้ฟรีได้ 7 วันก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ร้านยาเดี่ยวจำเป็นต้องมีระบบ POS แบบเฉพาะทางหรือใช้ POS ทั่วไปพอไหม POS ทั่วไปคิดเงินได้แต่ไม่มีระบบสต็อกแบบ lot/วันหมดอายุและไม่ออกทะเบียน ขย. ให้ ร้านยาต้องใช้ระบบที่ทำสามหน้าที่นี้ครบในตัวเดียวถึงจะพอ
เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ต้องย้ายข้อมูลยังไงไม่ให้สต็อกหาย นำเข้าจำนวนคงเหลือของแต่ละ lot พร้อมวันหมดอายุจากไฟล์ Excel เข้าระบบก่อนวันเริ่มใช้จริง แล้วเทียบยอดกับการนับสต็อกจริงหนึ่งครั้งก่อนตัดยอดเก่าทิ้ง
ร้านสาขาเดียวใช้แพ็ก Free ของ PharmaPOS พอไหม พอสำหรับร้านที่ยอดขายไม่เกิน 300 บิลต่อเดือนและมีผู้ใช้คนเดียว ได้ทะเบียน ขย.9/10/11 ครบตั้งแต่วันแรกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้ายอดเกินหรือต้องเพิ่มพนักงานค่อยขยับไปแพ็ก Starter
ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต่างกันยังไง ขย.9 บันทึกยาควบคุมพิเศษ ขย.10 บันทึกวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และ ขย.11 บันทึกยาเสพติดให้โทษ ทั้งสามต้องบันทึกให้ตรงกับการขายจริงและพร้อมให้ สสจ. ตรวจได้ตลอด
ต้องมีบัตรเครดิตไหมถ้าอยากทดลองใช้ PharmaPOS ไม่ต้อง สมัครแพ็ก Free ใช้ได้เลยโดยไม่ผูกบัตร และถ้าอยากทดลองแพ็ก Pro ก็ใช้ได้ฟรี 7 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิตเช่นกัน
อยากรู้ว่าร้านของคุณพร้อมสู้กับเชนตรงไหนบ้าง ลองเข้าไปเปิดแพ็ก Free ที่ pharmaposthai.vercel.app แล้วดูด้วยตัวเองว่าทะเบียน ขย. ที่เคยทำมือ ระบบจัดให้เสร็จตั้งแต่วันแรกจริงไหม