บทความ / ร้านขายยา

เปิดร้านขายยาต้องใช้อะไรบ้าง ใบอนุญาต ขย.1 เภสัชกร และระบบที่ต้องเตรียม

19 กรกฎาคม 2569 อ่าน 6 นาที

อยากเปิดร้านขายยาเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มตรงไหน บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่ใบอนุญาต ไปจนถึงระบบหลังบ้านที่ต้องมีตั้งแต่วันเปิดร้านวันแรก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางภาพรวม รายละเอียดและเอกสารอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่ — ควรยืนยันกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่ร้านตั้งอยู่ หรือ กองยา อย. สำหรับกรุงเทพฯ ก่อนยื่นจริง

1. เลือกประเภทใบอนุญาตให้ถูก

ร้านขายยาทั่วไปที่ขายยาแผนปัจจุบันได้ทุกประเภท (รวมยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษ) คือ ขย.1 — ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน ซึ่งต้องมี เภสัชกรเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ อยู่ประจำตลอดเวลาทำการที่ระบุไว้

ประเภทอื่นที่พบบ่อย เช่น ขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายฯ — ขายได้จำกัดกว่ามาก ถ้าตั้งใจทำร้านยาเต็มรูปแบบ ปกติจึงยื่น ขย.1

2. คุณสมบัติที่ต้องมี

  • ผู้ขออนุญาต (เจ้าของร้าน): บรรลุนิติภาวะ มีถิ่นที่อยู่ในไทย ไม่เคยต้องโทษ/ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด — เจ้าของ ไม่จำเป็นต้องเป็นเภสัชกร
  • ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ: เภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ และรับหน้าที่ประจำร้านนั้น (คนหนึ่งรับได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่รับหลายร้านตามใจ)
  • สถานที่: มีพื้นที่ขายและเก็บยาตามเกณฑ์ แยกส่วนจัดเก็บชัดเจน แสงสว่าง/อุณหภูมิเหมาะสม มีป้ายร้านและป้ายแสดงตัวเภสัชกรตามแบบที่กำหนด

3. เอกสารที่มักต้องเตรียม

  • คำขออนุญาตตามแบบของ อย./สสจ.
  • ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนผู้ขออนุญาต (หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล ถ้าเปิดในนามบริษัท)
  • หลักฐานสิทธิ์ในสถานที่ (โฉนด/สัญญาเช่า)
  • แผนที่ตั้งร้าน + แปลนแสดงพื้นที่และชั้นวางยา
  • ใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม + หนังสือแสดงความจำนงของเภสัชกร + รูปถ่าย
  • ค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ประกาศ (ตรวจอัตราล่าสุดกับ สสจ.)

หลังยื่น จะมีการ ตรวจสถานที่จริง ก่อนออกใบอนุญาต จึงควรจัดร้านให้พร้อมก่อนนัดตรวจ

4. เตรียมเรื่อง "ร้านขายยาคุณภาพ" (GPP) ไปพร้อมกัน

วิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (GPP) เป็นเกณฑ์ที่ร้านต้องผ่าน เช่น การแยกโซนยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษ การควบคุมอุณหภูมิ การมีระบบตรวจสอบวันหมดอายุ และการเก็บบัญชีตามกฎหมาย — วางระบบตั้งแต่แรกง่ายกว่ามาแก้ทีหลัง

5. งานหลังบ้านที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก

หลายร้านผ่านการขออนุญาตแล้วมาสะดุดตรงนี้:

งาน ต้องทำอะไร
บัญชีซื้อยา (ข.ย.9) บันทึกทุกครั้งที่รับยาเข้าร้าน พร้อม lot และผู้ขาย
บัญชีขายยาควบคุมพิเศษ (ข.ย.10) บันทึกชื่อผู้ซื้อและผู้สั่งใช้ยา
บัญชีขายยาอันตราย (ข.ย.11) บันทึกตามรายการที่ อย. กำหนด
วันหมดอายุ ต้องรู้ว่ายาแต่ละ lot หมดอายุเมื่อไร และตัดขายตัวใกล้หมดอายุก่อน (FEFO)
ภาษี ออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี และสรุปยอดขายให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

รายละเอียดของบัญชี ขย. แต่ละแบบ อ่านต่อได้ที่ ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 คืออะไร และเรื่องวันหมดอายุที่ จัดการยาใกล้หมดอายุด้วยระบบ FEFO

6. ไทม์ไลน์คร่าวๆ

  1. หาทำเล + เจรจาสัญญาเช่า (1–2 เดือน)
  2. หาเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
  3. จัดร้าน/ชั้นวาง/ป้าย ให้ตรงเกณฑ์
  4. ยื่นคำขอ + รอตรวจสถานที่
  5. ได้ใบอนุญาต → เปิดร้าน + เริ่มทำบัญชี ขย. ตั้งแต่บิลแรก

สรุป

ใบอนุญาตเป็นแค่ประตูบานแรก สิ่งที่ทำให้ร้านอยู่รอดและผ่านการตรวจทุกครั้งคือ ระบบบันทึกที่ทำงานเองทุกบิล — ถ้าต้องมานั่งจดสมุดย้อนหลังตอนใกล้ถูกตรวจ โอกาสพลาดสูงมาก

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ