บทความ / ร้านขายยา
ตัดจำหน่ายยาหมดอายุ ถูกบัญชียังไง ไม่โดน สสจ./อย. ตรวจย้อนหลัง
ตัดจำหน่ายยาหมดอายุให้ถูกบัญชี คือกระบวนการ 3 ขั้นหลังทำลายยาเสร็จ: บันทึกตัดสต็อกออกจากระบบพร้อมระบุ lot และเหตุผล ปรับยอดคงเหลือให้ตรงกับสต็อกจริง แล้วเก็บหลักฐานทั้งชุด (ใบตัดสต็อก ใบรับรองการทำลาย ภาพถ่ายก่อน-หลัง) ไว้ให้พร้อมส่งเมื่อ สสจ./อย. เรียกตรวจย้อนหลัง ขาดขั้นตอนไหนไป ตัวเลขบัญชีกับของจริงจะไม่ตรง แล้วร้านจะเป็นฝ่ายอธิบายไม่ได้ตอนโดนสุ่มตรวจ
หลายร้านโฟกัสแค่ "ทำลายยาให้ถูกวิธี" แต่ลืมว่างานที่เสี่ยงโดนตีกลับจริงๆ คือขั้นตอน หลัง ทำลาย — ตัดสต็อกช้า ตัดไม่ครบ lot หรือเก็บเอกสารกระจัดกระจายจนหาไม่เจอตอนต้องใช้ ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องขั้นตอนแจ้ง อย./สสจ. ก่อนทำลาย แนะนำอ่าน ทำลายยาหมดอายุให้ถูกกฎหมาย: ขั้นตอนแจ้ง อย./สสจ. ที่ร้านขายยามักพลาด ควบคู่กัน บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะช่วง "หลังทำลายแล้ว" ที่คนมักละเลย
ตัดจำหน่ายยาหมดอายุ ต้องทำตอนไหน
ต้องทำทันทีหลังยาถูกทำลายจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือนหรือรอตรวจนับสต็อกประจำปี เพราะถ้าปล่อยค้างไว้ ยอดในระบบกับยาที่ไม่มีอยู่จริงแล้วจะเหลื่อมกันนานขึ้นเรื่อยๆ พอถึงตอนกระทบยอดหรือ สสจ. สุ่มตรวจ ร้านจะอธิบายไทม์ไลน์ไม่ได้ว่ายาหายไปตอนไหน ด้วยเหตุผลอะไร
หลักการง่ายๆ คือ "ทำลายวันไหน ตัดสต็อกวันนั้น" แล้วผูกเอกสารทั้งสองชุดเข้าด้วยกันด้วยเลขที่อ้างอิงเดียวกัน
ขั้นตอนตัดสต็อกยาหมดอายุให้ตรงบัญชี ทำยังไง
ทำตามลำดับนี้ 4 ขั้นตอน เพื่อให้ตัวเลขในระบบตรงกับของจริง 100%:
- ดึงรายการยาหมดอายุตาม lot — ไม่ใช่ตัดทั้งชื่อยา แต่ต้องระบุ lot number และวันหมดอายุของแต่ละรุ่นที่ทำลายไปจริง เพราะยาชื่อเดียวกันอาจมีหลาย lot ที่ยังไม่หมดอายุปนอยู่
- บันทึกตัดสต็อกพร้อมเหตุผล — ระบุประเภทการตัดว่า "หมดอายุ-ทำลาย" แยกจากเหตุผลอื่น เช่น สูญหาย แตกหัก หรือคืนซัพพลายเออร์ เพราะแต่ละประเภทต้องใช้หลักฐานคนละชุด
- ผูกเลขอ้างอิงกับใบทำลายยา — ใส่เลขที่ใบรับรองการทำลาย/บันทึกการแจ้ง สสจ. ลงในรายการตัดสต็อกทุกครั้ง จะได้สาวกลับหากันได้ทันทีถ้าถูกถาม
- กระทบยอดกับบัญชีสต็อก — เช็คว่ายอดคงเหลือหลังตัดตรงกับยอดที่นับจริงในชั้นวางไหม ถ้าไม่ตรง ต้องหาสาเหตุก่อนปิดรอบ อย่าปล่อยผ่าน
ร้านที่ยังคุมสต็อกด้วย Excel มักสะดุดตรงขั้นตอนที่ 1 เพราะไม่มีฟิลด์ lot แยกจากชื่อยา ต้องไล่หาเองทีละแถว ถ้าอยากรู้วิธีย้ายข้อมูลสต็อกจาก Excel เข้าระบบที่มีฟิลด์ lot/วันหมดอายุพร้อมใช้ ลองอ่าน ย้ายสต็อกยาจาก Excel เข้าระบบ: นับสต็อกยังไงไม่ให้ตัวเลขเพี้ยน
เก็บหลักฐานอะไรบ้าง เผื่อ สสจ./อย. ตรวจย้อนหลัง
ต้องเก็บ 4 อย่างนี้เป็นชุดเดียวกันต่อการทำลายหนึ่งครั้ง เก็บแยกกันแล้วหาไม่เจอตอนถูกถามคือปัญหาที่พบบ่อยที่สุด:
| หลักฐาน | ใช้ตอบคำถามอะไร |
|---|---|
| รายการยาหมดอายุตาม lot (จากระบบ) | มียาอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ |
| หนังสือแจ้ง สสจ./อย. ก่อนทำลาย | แจ้งล่วงหน้าถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ |
| ใบรับรอง/บันทึกการทำลาย พร้อมภาพถ่าย | ทำลายจริง ไม่ได้แค่ตัดตัวเลขลอยๆ |
| บันทึกตัดสต็อกที่ผูกเลขอ้างอิงกัน | ยอดบัญชีตรงกับเหตุการณ์จริงหรือไม่ |
ระยะเวลาที่ต้องเก็บ ให้ยึดตามที่ สสจ. ในพื้นที่กำหนดไว้ตอนขอ/ต่อใบอนุญาต ขย. เพราะเอกสารชุดนี้มักถูกขอดูพร้อมกับตอนต่ออายุใบอนุญาตร้านขายยาด้วย ถ้ากำลังเตรียมเอกสารต่ออายุอยู่ ให้เตรียมสต็อกให้พร้อมตรวจตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่ต้องรื้อย้อนหลังทีเดียว
ทำไมร้านยาส่วนใหญ่พลาดตอนตัดสต็อกยาหมดอายุ
ส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเพราะไม่รู้ขั้นตอน แต่พลาดเพราะไม่มีระบบที่เชื่อมข้อมูลสต็อกกับเหตุผลการตัดเข้าด้วยกัน ร้านที่คุมสต็อกด้วยสมุดหรือ Excel มักตัดยอดแบบพิมพ์ตัวเลขทับไปเลย ไม่มีการบันทึกเหตุผลหรือเลขอ้างอิงติดไว้ พอผ่านไป 6 เดือน-1 ปี ไม่มีใครจำได้ว่าทำไมยอดถึงลดลง
อีกจุดที่พลาดบ่อยคือตัดสต็อกช้ากว่าวันทำลายจริงหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ เพราะรอเภสัชกรว่างมานั่งคีย์เอง พอช้าแบบนี้ ถ้ามีการขายยาชื่อเดียวกันแต่ lot อื่นแทรกเข้ามาระหว่างนั้น ตัวเลขจะยิ่งชวนสับสนตอนกระทบยอด
ระบบช่วยตัดสต็อกยาหมดอายุ ต่างจากจดมือตรงไหน
ต่างตรงที่ระบบดึงรายชื่อยาตาม lot และวันหมดอายุให้อัตโนมัติ ไม่ต้องไล่หาเองทีละรายการเหมือนเปิด Excel PharmaPOS เก็บสต็อกยาแบบ lot/วันหมดอายุ (FEFO) ตั้งแต่ตอนรับยาเข้า พอถึงเวลาต้องตัดจำหน่ายยาหมดอายุ ก็ดึงรายการเฉพาะ lot ที่หมดอายุจริงออกมาอ้างอิงได้ทันที ลดขั้นตอนไล่นับด้วยตาที่เสี่ยงตกหล่น
ส่วนงานทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ที่ต้องอัปเดตให้สอดคล้องกับสต็อกที่เปลี่ยนไปหลังตัดจำหน่าย ระบบก็ออกให้อัตโนมัติจากการเคลื่อนไหวของสต็อกในระบบ ไม่ต้องกรอกซ้ำอีกชุด นี่คือจุดที่ต่างจากร้านที่ต้องคีย์ทะเบียนแยกจากสต็อกด้วยมือ
หมายเหตุ: เรื่องนี้คนละมุมกับการป้องกันไม่ให้ยาหมดอายุตั้งแต่แรก ถ้าสนใจเรื่องจัดเรียงสต็อกให้หยิบยาใกล้หมดอายุก่อนตั้งแต่ต้นทาง อ่านเพิ่มได้ที่ FEFO ไม่ใช่ FIFO: ทำไมร้านยาหยิบยาผิดลำดับแล้วขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตัดจำหน่ายยาหมดอายุ ต้องตัดทันทีหลังทำลายเลยไหม ควรตัดในวันเดียวกันหรือเร็วที่สุด เพื่อให้เลขที่อ้างอิงในบันทึกตัดสต็อกตรงกับวันที่ในใบรับรองการทำลาย ถ้าปล่อยค้างนานจะกระทบยอดสต็อกยากขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ายาหมดอายุแต่ยังไม่ได้ทำลาย ต้องตัดสต็อกก่อนไหม ไม่ควรตัดออกจากบัญชีจนกว่าจะทำลายจริง ระหว่างรอ ให้แยกยาหมดอายุออกจากสต็อกขายได้ (กันการหยิบผิด) แต่คงยอดไว้ในระบบจนกว่าจะมีใบรับรองการทำลายมายืนยัน
เอกสารตัดจำหน่ายยาหมดอายุ ต้องมีลายเซ็นเภสัชกรไหม ควรมีเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเป็นผู้ลงชื่อรับรองในบันทึกตัดสต็อกและใบรับรองการทำลาย เพื่อยืนยันว่าเป็นการดำเนินการโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
สสจ. ตรวจย้อนหลังจะดูอะไรเป็นหลัก ส่วนใหญ่จะเทียบ 3 อย่างพร้อมกัน คือ หนังสือแจ้งก่อนทำลาย ใบรับรองการทำลาย และบันทึกตัดสต็อกในระบบ ว่าตัวเลขและวันที่สอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าสามชุดนี้ผูกกันด้วยเลขอ้างอิงเดียว การตรวจจะเร็วขึ้นมาก
ถ้าร้านยังตัดสต็อกยาหมดอายุด้วยมือหรือ Excel แล้วอยากรู้ว่าระบบ lot/วันหมดอายุพร้อมทะเบียน ขย. อัตโนมัติจะช่วยตัดขั้นตอนไหนออกไปได้บ้าง ทักแชททีมงาน PharmaPOS ที่ pharmaposthai.vercel.app เพื่อขอดูตัวอย่างการใช้งานจริงได้เลย