บทความ / ร้านขายยา

ระบบเตือน FEFO อัตโนมัติ ช่วยร้านยาลดยาหมดอายุทิ้งได้ยังไง คำนวณเงินที่จมในสต็อกด้วยตัวเอง

20 สิงหาคม 2569 อ่าน 11 นาที

เปิดตู้ยาช่วงสิ้นเดือน เจอยาหมดอายุคาชั้นทั้งที่เพิ่งนับสต็อกไปไม่กี่เดือนก่อน — ถ้าคุณเคยเจอสถานการณ์นี้ ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว ร้านยาที่ยังจดสต็อกด้วยมือหรือคุมด้วย Excel มักเจอปัญหาเดียวกัน: หยิบยา lot เก่าไม่ทัน เพราะไม่มีอะไรเตือนว่า lot ไหนควรขายก่อน สุดท้ายยาที่ควรขายหมดตั้งแต่ต้นเดือนก็ค้างจนหมดอายุ กลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่จ่ายจริงทุกเดือน

บทความนี้ไม่ได้มาโม้ตัวเลขลอยๆ ว่า "ลดได้กี่เปอร์เซ็นต์" เพราะตัวเลขนั้นขึ้นกับสต็อกและพฤติกรรมขายของแต่ละร้านจริงๆ แต่จะพาคุณคำนวณมูลค่ายาที่จมอยู่ในสต็อกร้านตัวเองได้ตรงๆ แล้วดูว่าระบบเตือน FEFO อัตโนมัติเข้ามาตัดปัญหาตรงจุดไหนบ้าง

ยาหมดอายุค้างสต็อกเกิดจากอะไรกันแน่

สาเหตุหลักไม่ใช่เภสัชกรทำงานไม่ดี แต่เป็นเพราะ "วิธีจัดการ" ที่ต้องพึ่งความจำและสายตาคน เมื่อร้านรับยาเข้าหลาย lot ต่อรายการ พนักงานหน้าร้านมักหยิบยาที่อยู่ใกล้มือที่สุด ไม่ใช่ lot ที่ควรหมดก่อน โดยเฉพาะช่วงคนไข้เยอะ ไม่มีเวลาเช็กวันหมดอายุทีละกล่อง

พอมาถึงตอนตรวจนับสต็อกประจำปี ถึงจะเจอว่ามี lot เก่าเหลือค้างอยู่ลึกๆ ในชั้น ซึ่งบางทีก็สายเกินจะระบายทัน ยิ่งร้านที่มีสาขาหลายที่ ปัญหานี้ซ้อนกันหลายเท่า เพราะแต่ละสาขาต่างคนต่างจด ไม่มีภาพรวมกลาง

คำนวณมูลค่ายาที่จมในสต็อกร้านคุณเองยังไง

สูตรง่ายๆ ที่ใช้ได้ทันที: เอา "จำนวนยาที่หมดอายุถูกทิ้งในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา" คูณด้วย "ต้นทุนซื้อต่อหน่วย" ของแต่ละรายการ แล้วรวมยอดทั้งหมด นี่คือมูลค่าที่จมจริง ไม่ใช่แค่ "ของเสีย" แต่คือเงินสดที่จ่ายซื้อไปแล้วและไม่มีทางได้คืน

ลองทำเป็นตารางง่ายๆ:

รายการยา จำนวนที่ทิ้ง (หน่วย) ต้นทุนต่อหน่วย (บาท) มูลค่าที่จม (บาท)
ยา A ตามบันทึกจริงของร้าน ตามใบสั่งซื้อจริง คูณกัน
ยา B ... ... ...

ทำครบทุกรายการที่เคยทิ้งในปีที่ผ่านมา แล้วรวมยอด ตัวเลขนี้แหละคือ "งบที่หายไปเฉยๆ" โดยที่ร้านไม่รู้ตัว ร้านไหนไม่เคยทำตารางนี้มาก่อน ลองทำดูครั้งแรกมักจะแปลกใจว่าตัวเลขสูงกว่าที่คิด เพราะปกติเราจะสนใจแค่ยาที่ขายได้ ไม่ค่อยย้อนไปรวมยอดยาที่ทิ้ง

FEFO คืออะไร ทำไมถึงแก้ปัญหานี้ตรงจุด

FEFO (First Expired, First Out) คือหลักการจัดการสต็อกที่ให้ขายหรือหยิบยา lot ที่ใกล้หมดอายุที่สุดออกก่อนเสมอ ไม่ว่ายา lot นั้นจะรับเข้ามาก่อนหรือหลังก็ตาม ต่างจาก FIFO (First In, First Out) ที่ยึดวันรับเข้าเป็นหลัก ซึ่งบางครั้งยา lot ใหม่กว่ากลับหมดอายุเร็วกว่า lot เก่าได้ถ้าผู้ผลิตกำหนดอายุยาไม่เท่ากัน

ปัญหาคือ FEFO เป็นหลักการที่พูดง่ายแต่ทำมือยาก เพราะพนักงานต้องจำวันหมดอายุของยาแต่ละ lot ในหัว ซึ่งเป็นไปไม่ได้เมื่อร้านมีสินค้าเป็นพันรายการ นี่คือจุดที่ ตั้งค่า FEFO ในโปรแกรม POS ให้ระบบเตือน lot ใกล้หมดอายุอัตโนมัติ เข้ามาแทนที่ความจำคน — ระบบรู้ว่า lot ไหนควรขายก่อน แล้วดันขึ้นมาให้พนักงานหยิบถูกตั้งแต่ต้น ไม่ต้องอาศัยดวงหรือความช่างสังเกต

ระบบเตือนอัตโนมัติทำงานต่างจากการนับมือตรงไหน

ต่างกันที่ "จังหวะที่รู้ปัญหา" การนับมือรู้ปัญหาตอนตรวจนับสต็อก ซึ่งอาจจะสายไปแล้วหลายเดือน ส่วนระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติรู้ปัญหาตั้งแต่วันที่รับยาเข้าคลัง เพราะบันทึกวันหมดอายุของทุก lot ไว้ตั้งแต่แรก แล้วคำนวณย้อนกลับว่าล็อตไหนใกล้ครบกำหนดจะแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เร่งระบาย

ระบบของ PharmaPOS ผูก stock เป็นระดับ lot ไม่ใช่แค่ระดับรายการยา หมายความว่ายาชื่อเดียวกันแต่คนละ lot จะถูกแยกติดตามคนละก้อน พอขายหน้าร้าน ระบบจะดันให้หยิบ lot ที่ใกล้หมดอายุที่สุดก่อนโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องให้พนักงานเช็กวันที่บนกล่องเอง และถ้าร้านมีหลายสาขา ก็ เห็นสต็อกใกล้หมดอายุของทุกสาขาพร้อมกันในหน้าเดียว ไม่ต้องโทรถามทีละสาขาเหมือนเมื่อก่อน

ร้านที่ยังใช้ Excel คุมสต็อกอยู่ ปัญหาที่เจอบ่อยคือพอย้ายข้อมูลเข้าระบบใหม่ ตัวเลขไม่ตรงกับของจริงเพราะนับมือคลาดเคลื่อนสะสมมานาน จุดนี้มีวิธีทำให้ ย้ายสต็อกจาก Excel เข้าระบบ lot/วันหมดอายุโดยไม่ให้ตัวเลขเพี้ยน ซึ่งควรทำให้ถูกตั้งแต่วันแรกที่เปลี่ยนระบบ เพราะฐานข้อมูลเพี้ยนตั้งแต่ต้น การเตือนวันหมดอายุก็จะเพี้ยนตามไปด้วย

ใช้ระบบแบบนี้ต้องเสียเงินเท่าไหร่

เริ่มต้นใช้ฟรีได้เลย แพ็ก Free ของ PharmaPOS ไม่มีค่าใช้จ่าย รองรับ 1 สาขา 1 ผู้ใช้ 300 บิลต่อเดือน และได้ทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบตั้งแต่แพ็กฟรี ไม่ต้องอัปเกรดก่อนถึงจะใช้ฟีเจอร์คุมสต็อก lot/FEFO ได้

ถ้าร้านมีบิลเกินเดือนละ 300 ใบ หรืออยากได้ผู้ใช้งานหลายคน แพ็ก Starter อยู่ที่ 590 บาทต่อเดือนต่อสาขา (ยังไม่รวม VAT) รองรับ 3 ผู้ใช้ บิลไม่จำกัด ส่วนร้านที่มีหลายสาขาอยากเชื่อมสต็อกกัน แพ็ก Pro 990 บาทต่อเดือนต่อสาขา ครบทุกฟีเจอร์ ทั้งสองแพ็กมีให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ไม่มีค่าแรกเข้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

FEFO ต่างจาก FIFO ยังไง FEFO ให้ความสำคัญกับวันหมดอายุของแต่ละ lot เป็นหลัก ส่วน FIFO ให้ความสำคัญกับวันที่รับเข้าคลังก่อน-หลัง สำหรับร้านยา FEFO เหมาะกว่าเพราะยาแต่ละ lot มีอายุไม่เท่ากันแม้จะรับเข้ามาพร้อมกัน

ต้องเปลี่ยนวิธีจัดเรียงยาบนชั้นไหมถ้าใช้ระบบ FEFO อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการจัดเรียงทางกายภาพทันที เพราะระบบจะบอกพนักงานตอนขายว่าควรหยิบ lot ไหนก่อนผ่านหน้าจอ POS แต่ถ้าจัดเรียงให้ lot ใกล้หมดอายุอยู่ด้านหน้าด้วยจะยิ่งช่วยลดความผิดพลาดตอนหยิบเร็วๆ

ยาที่แบ่งเม็ดขายจะติดตาม lot ได้ไหม ระบบยังผูกยาที่แบ่งเม็ดขายกับ lot ต้นทางได้ ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าที่ขายไปมาจากล็อตไหน วันหมดอายุอะไร ซึ่งช่วยเรื่องคุมสต็อกแม่นยำและตอบคำถามตอนตรวจสอบได้ทันที

ร้านสาขาเดียวจำเป็นต้องใช้ระบบเตือน FEFO อัตโนมัติไหม หรือ POS ธรรมดาพอ ถ้าร้านมีสินค้าหลักร้อยถึงหลักพันรายการ การพึ่งความจำคนหยิบ lot ให้ถูกทุกครั้งเป็นไปได้ยาก ระบบเตือนอัตโนมัติช่วยได้ตั้งแต่ร้านสาขาเดียว ไม่ต้องรอให้ขยายสาขาก่อนถึงจะคุ้มใช้

เริ่มใช้ระบบเตือน FEFO ต้องทำยังไงบ้าง เริ่มจากบันทึกวันหมดอายุของแต่ละ lot ตอนรับยาเข้าสต็อกให้ครบ ระบบจะคำนวณและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เองตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ ไม่ต้องมานั่งไล่เช็กทีละกล่องอีกต่อไป

ลองทำตารางคำนวณมูลค่ายาที่จมในสต็อกร้านคุณเองตามสูตรด้านบนดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าคุ้มจะเปลี่ยนระบบไหม อยากเห็นหน้าตาจริงว่าระบบเตือน FEFO ทำงานยังไง ทดลองใช้ฟรี 7 วันที่ pharmaposthai.vercel.app ได้เลย ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ