บทความ / ร้านขายยา
POS ร้านขายยา ใช้ร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้ไหม ต่างจากโปรแกรมเฉพาะทางตรงไหน
เปิดร้านยาใหม่ เดินดูราคา POS ตามร้านไอทีทั่วไป เจอตัวละไม่กี่พันบาท แล้วก็แอบคิดในใจว่า "เอาตัวนี้มาขายยาได้เลยไหมนะ ประหยัดไปอีกหลายหมื่น" คำตอบตรงๆ คือ ขายของหน้าร้านได้จริง สแกนบาร์โค้ด คิดเงิน ปิดยอดได้เหมือนกัน แต่ใช้ "บริหารร้านยา" ไม่ได้ครบ เพราะ POS ทั่วไปไม่มีระบบคุมสต็อกแบบ lot/วันหมดอายุ ไม่ออกทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ให้อัตโนมัติ แล้วใบเสร็จก็ไม่ตรงตามที่ร้านยาต้องเก็บย้อนหลังได้ ถ้าวันตรวจ สสจ. มาถึง ช่องโหว่พวกนี้แหละที่ทำให้เภสัชกรเสียเวลาแก้เอกสารทีหลังมากกว่าที่ประหยัดตอนซื้อ POS
POS ร้านสะดวกซื้อ เอามาเปิดร้านขายยาได้ไหม
ใช้ได้ในระดับ "ขายของ" คือคิดเงินหน้าร้าน ออกใบเสร็จ ตัดสต็อกเมื่อขายได้เหมือนร้านทั่วไป แต่ตัวโปรแกรมไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับข้อบังคับเฉพาะของร้านขายยา ซึ่งมีทั้งเรื่องอายุยา ล็อตการผลิต และการรายงานยาควบคุมที่ร้านสะดวกซื้อไม่ต้องยุ่งเลย
พูดง่ายๆ คือมันคือรถกระบะที่ขับได้ทุกที่ แต่ไม่มีตู้เย็นสำหรับขนของแช่แข็ง ถ้าร้านคุณขายแค่ของใช้ทั่วไปพ่วงยาสามัญไม่กี่ตัว อาจพอไหว แต่ถ้าเป็นร้านขายยาเต็มรูปแบบที่ต้องมีเภสัชกรประจำ ต้องคุมยาควบคุมพิเศษ ต้องส่งรายงาน ป.ป.ส. ช่องว่างตรงนี้จะเห็นชัดตั้งแต่เดือนแรก
ขาดอะไรบ้างถ้าใช้ POS ทั่วไปขายยา
สามจุดหลักที่ POS ร้านค้าปลีกทั่วไปไม่มี และเป็นจุดที่ร้านยาโดนตรวจสอบบ่อยที่สุด
1. ไม่มีคุมสต็อกแบบ lot/วันหมดอายุ-FEFO POS ทั่วไปมองสินค้าเป็นแค่ "1 SKU = 1 จำนวนคงเหลือ" ไม่แยกว่ายาล็อตไหนหมดอายุก่อน ระบบก็เลยตัดสต็อกแบบสุ่ม ไม่ใช่ตามหลัก First-Expired-First-Out ผลคือยาล็อตเก่าอาจค้างชั้นจนหมดอายุ ทั้งที่มีล็อตใหม่ขายไปแล้ว เท่ากับขาดทุนเงียบๆ ทุกเดือนโดยไม่รู้ตัว
2. ไม่มีทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 อัตโนมัติ ร้านยาต้องมีทะเบียนซื้อ-ขายยาควบคุม บันทึกยาอันตราย และยาที่ต้องรายงานต่อ อย. POS ร้านสะดวกซื้อไม่มีฟอร์มพวกนี้ เภสัชกรเลยต้องมานั่งกรอกมือหรือทำ Excel แยกต่างหาก ซึ่งเสี่ยงตกหล่นและเสียเวลาที่ควรเอาไปดูแลลูกค้าหน้าร้าน
3. ใบเสร็จไม่ตรงมาตรฐานร้านยา ใบเสร็จร้านขายยาที่ดีควรตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงล็อตและวันหมดอายุของยาที่ขายไป แต่ใบเสร็จ POS ทั่วไปโชว์แค่ชื่อสินค้ากับราคา ถ้าลูกค้าแพ้ยาแล้วต้องสืบย้อนว่าซื้อล็อตไหนไป ร้านที่ใช้ POS ทั่วไปจะตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย
ตารางเทียบสั้นๆ ให้เห็นภาพ
| ฟีเจอร์ | POS ร้านค้าทั่วไป | โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง |
|---|---|---|
| คุมสต็อกตาม lot/วันหมดอายุ | ไม่มี | มี พร้อมเตือน FEFO อัตโนมัติ |
| ทะเบียน ขย.9/10/11 | ไม่มี | ออกอัตโนมัติจากการขายหน้าร้าน |
| ใบเสร็จตรวจสอบล็อตย้อนหลัง | ไม่มี | มี พิมพ์ 80mm พร้อมข้อมูลล็อต |
| รองรับยาควบคุมพิเศษ | ไม่รองรับ | รองรับเต็มรูปแบบ |
ถ้าอยากเห็นรายละเอียดจุดต่างแบบเจาะลึกฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ อ่านเพิ่มได้ที่ POS ร้านค้าทั่วไป vs โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง: ฟีเจอร์ไหนที่ร้านยาขาดไม่ได้
ทำไมเรื่องสต็อก lot/FEFO ถึงสำคัญกว่าที่เจ้าของร้านคิด
FEFO (First-Expired-First-Out) คือหลักจัดการสต็อกที่ให้ยาล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อนถูกขายออกก่อนเสมอ ต่างจาก FIFO ที่ดูแค่ลำดับเข้าสต็อก เพราะยาบางตัวรับเข้าทีหลังแต่หมดอายุเร็วกว่าก็มี
ร้านที่ยังนับสต็อกด้วยมือหรือ Excel มักเจอปัญหาเดิมซ้ำๆ คือรู้ตัวว่ายาใกล้หมดอายุตอนที่สายเกินจะระบายออกแล้ว เพราะไม่มีระบบเตือนล่วงหน้า ถ้าอยากรู้ว่าตั้งค่าให้ระบบเตือนอัตโนมัติทำยังไง ลองอ่าน ตั้งค่า FEFO ในโปรแกรม POS ร้านขายยายังไง ให้ระบบเตือนล็อตใกล้หมดอายุอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ POS ร้านสะดวกซื้อไม่มีให้เลือกใช้แม้แต่แบบเสียเงินเพิ่ม
ทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ทำมือด้วย Excel ได้ไหมถ้าไม่มีโปรแกรมช่วย
ทำได้ แต่ต้องแลกด้วยเวลาและความเสี่ยงพลาด เพราะทะเบียนพวกนี้ต้องอัปเดตทุกครั้งที่มีการซื้อ-ขายยาควบคุม ถ้าพนักงานลืมกรอกแม้แต่รายการเดียว ตอน สสจ. เข้าตรวจสต็อกจริงกับทะเบียนอาจไม่ตรงกัน
จุดต่างที่ชัดที่สุดของโปรแกรมเฉพาะทางคือทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ถูกสร้างขึ้นเองอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการขายหน้าร้าน เภสัชกรไม่ต้องกรอกซ้ำสองรอบ รายละเอียดว่าต่างจากวิธีจดมือแบบเดิมกี่ชั่วโมงต่อเดือน อ่านเพิ่มได้ที่ โปรแกรมทะเบียนยา ขย.9 อัตโนมัติ ต่างจากจดมือแบบเดิมตรงไหน
ร้านยาสาขาเดียว งบน้อย ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะทางเลยไหม
ต้องใช้ตั้งแต่วันแรก เพราะทะเบียน ขย. กับสต็อก lot ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่รอให้ร้านโตแล้วค่อยเปลี่ยน แต่เป็นเรื่องที่ผูกกับใบอนุญาตตั้งแต่เปิดร้าน ยิ่งเริ่มถูกทางตั้งแต่ต้น ยิ่งไม่ต้องย้ายข้อมูลทีหลังให้ยุ่งยาก
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าโปรแกรมเฉพาะทางต้องแพงกว่า POS ทั่วไปเสมอ ซึ่งไม่จริงเสมอไป เพราะบางเจ้ามีแพ็กเริ่มต้นให้ทดลองใช้ฟรีโดยไม่ต้องจ่ายอะไรก่อน ถ้างบยังจำกัดมากในช่วงเปิดร้านใหม่ ลองอ่าน โปรแกรมร้านขายยาฟรี มีจริงไหม ตัวไหนได้ทะเบียน ขย. ครบโดยไม่ต้องจ่าย ประกอบการตัดสินใจ
PharmaPOS ต่างจาก POS ทั่วไปตรงไหน
PharmaPOS คือระบบ POS ร้านขายยาที่ออกแบบมาครอบคลุมทั้งสามจุดที่ POS ทั่วไปทำไม่ได้ในตัวเดียว
- ขายหน้าร้านแบบ keyboard-first ไม่ต้องพึ่งเมาส์ ตัดสต็อกตามล็อตอัตโนมัติ พิมพ์ใบเสร็จ 80mm ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งล็อตและวันหมดอายุ
- คุมสต็อกยาแบบ lot/วันหมดอายุ พร้อมเตือนตามหลัก FEFO ไม่ต้องนั่งไล่นับเอง
- สร้างทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 อัตโนมัติจากการขายจริง ไม่ต้องกรอกซ้ำ
- มีระบบตารางเวรเภสัชกรและสลิปเงินเดือนพนักงานในตัว
จุดที่ต่างจากตลาดชัดที่สุดคือ ได้ทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบตั้งแต่แพ็ก Free ที่ใช้ได้ฟรีตลอดไป 1 สาขา 1 ผู้ใช้ 300 บิลต่อเดือน ถ้าร้านโตขึ้นมีพนักงานหลายคนหรือบิลไม่พอ ค่อยขยับเป็น Starter 590 บาทต่อเดือนต่อสาขา หรือ Pro 990 บาทต่อเดือนต่อสาขาสำหรับร้านหลายสาขา (ราคายังไม่รวม VAT) ทุกแพ็กแบบเสียเงินทดลองใช้ฟรี 7 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ไม่มีค่าแรกเข้า
ก่อนจะเลือก POS ราคาถูกมาลองผิดลองถูกกับร้านยาที่คุณเพิ่งลงทุนเปิด ลองเทียบให้ชัดว่าคุ้มจริงไหมถ้าต้องมาแก้ปัญหาทะเบียนหรือสต็อกทีหลัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
POS ร้านสะดวกซื้อขายยาสามัญได้ไหม ขายได้ถ้าเป็นยาสามัญประจำบ้านทั่วไป แต่ถ้าร้านมีเภสัชกรและขายยาควบคุมพิเศษ ต้องมีระบบบันทึกทะเบียน ขย. ซึ่ง POS ทั่วไปไม่มีให้
FEFO ต่างจาก FIFO ยังไง FIFO ตัดสต็อกตามลำดับที่รับเข้าก่อน ส่วน FEFO ตัดตามล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อน ซึ่งเหมาะกับยาที่แต่ละล็อตมีวันหมดอายุไม่เท่ากัน
ร้านยาเปิดใหม่งบน้อย ต้องจ่ายค่าโปรแกรมทันทีไหม ไม่จำเป็น PharmaPOS มีแพ็ก Free ให้ใช้ฟรีตลอดไปสำหรับ 1 สาขา 1 ผู้ใช้ พร้อมทะเบียน ขย. ครบตั้งแต่แพ็กนี้
ย้ายจาก POS ทั่วไปมาใช้โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง ยุ่งยากไหม หลักๆ คือย้ายข้อมูลสต็อกและรายชื่อยาเข้าระบบใหม่ ถ้าเตรียมไฟล์รายการยาที่มีอยู่ไว้ล่วงหน้าจะย้ายได้เร็วขึ้นมาก
อยากรู้ว่าร้านของคุณจะประหยัดเวลาเภสัชกรได้กี่ชั่วโมงต่อเดือนถ้าเปลี่ยนมาใช้ระบบที่ออกทะเบียน ขย. ให้อัตโนมัติ ทดลองใช้ฟรีได้ที่ pharmaposthai.vercel.app