บทความ / ร้านขายยา

POS ร้านขายยา ใช้ร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้ไหม ต่างจากโปรแกรมเฉพาะทางตรงไหน

19 สิงหาคม 2569 อ่าน 12 นาที

เปิดร้านยาใหม่ เดินดูราคา POS ตามร้านไอทีทั่วไป เจอตัวละไม่กี่พันบาท แล้วก็แอบคิดในใจว่า "เอาตัวนี้มาขายยาได้เลยไหมนะ ประหยัดไปอีกหลายหมื่น" คำตอบตรงๆ คือ ขายของหน้าร้านได้จริง สแกนบาร์โค้ด คิดเงิน ปิดยอดได้เหมือนกัน แต่ใช้ "บริหารร้านยา" ไม่ได้ครบ เพราะ POS ทั่วไปไม่มีระบบคุมสต็อกแบบ lot/วันหมดอายุ ไม่ออกทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ให้อัตโนมัติ แล้วใบเสร็จก็ไม่ตรงตามที่ร้านยาต้องเก็บย้อนหลังได้ ถ้าวันตรวจ สสจ. มาถึง ช่องโหว่พวกนี้แหละที่ทำให้เภสัชกรเสียเวลาแก้เอกสารทีหลังมากกว่าที่ประหยัดตอนซื้อ POS

POS ร้านสะดวกซื้อ เอามาเปิดร้านขายยาได้ไหม

ใช้ได้ในระดับ "ขายของ" คือคิดเงินหน้าร้าน ออกใบเสร็จ ตัดสต็อกเมื่อขายได้เหมือนร้านทั่วไป แต่ตัวโปรแกรมไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับข้อบังคับเฉพาะของร้านขายยา ซึ่งมีทั้งเรื่องอายุยา ล็อตการผลิต และการรายงานยาควบคุมที่ร้านสะดวกซื้อไม่ต้องยุ่งเลย

พูดง่ายๆ คือมันคือรถกระบะที่ขับได้ทุกที่ แต่ไม่มีตู้เย็นสำหรับขนของแช่แข็ง ถ้าร้านคุณขายแค่ของใช้ทั่วไปพ่วงยาสามัญไม่กี่ตัว อาจพอไหว แต่ถ้าเป็นร้านขายยาเต็มรูปแบบที่ต้องมีเภสัชกรประจำ ต้องคุมยาควบคุมพิเศษ ต้องส่งรายงาน ป.ป.ส. ช่องว่างตรงนี้จะเห็นชัดตั้งแต่เดือนแรก

ขาดอะไรบ้างถ้าใช้ POS ทั่วไปขายยา

สามจุดหลักที่ POS ร้านค้าปลีกทั่วไปไม่มี และเป็นจุดที่ร้านยาโดนตรวจสอบบ่อยที่สุด

1. ไม่มีคุมสต็อกแบบ lot/วันหมดอายุ-FEFO POS ทั่วไปมองสินค้าเป็นแค่ "1 SKU = 1 จำนวนคงเหลือ" ไม่แยกว่ายาล็อตไหนหมดอายุก่อน ระบบก็เลยตัดสต็อกแบบสุ่ม ไม่ใช่ตามหลัก First-Expired-First-Out ผลคือยาล็อตเก่าอาจค้างชั้นจนหมดอายุ ทั้งที่มีล็อตใหม่ขายไปแล้ว เท่ากับขาดทุนเงียบๆ ทุกเดือนโดยไม่รู้ตัว

2. ไม่มีทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 อัตโนมัติ ร้านยาต้องมีทะเบียนซื้อ-ขายยาควบคุม บันทึกยาอันตราย และยาที่ต้องรายงานต่อ อย. POS ร้านสะดวกซื้อไม่มีฟอร์มพวกนี้ เภสัชกรเลยต้องมานั่งกรอกมือหรือทำ Excel แยกต่างหาก ซึ่งเสี่ยงตกหล่นและเสียเวลาที่ควรเอาไปดูแลลูกค้าหน้าร้าน

3. ใบเสร็จไม่ตรงมาตรฐานร้านยา ใบเสร็จร้านขายยาที่ดีควรตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงล็อตและวันหมดอายุของยาที่ขายไป แต่ใบเสร็จ POS ทั่วไปโชว์แค่ชื่อสินค้ากับราคา ถ้าลูกค้าแพ้ยาแล้วต้องสืบย้อนว่าซื้อล็อตไหนไป ร้านที่ใช้ POS ทั่วไปจะตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย

ตารางเทียบสั้นๆ ให้เห็นภาพ

ฟีเจอร์ POS ร้านค้าทั่วไป โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง
คุมสต็อกตาม lot/วันหมดอายุ ไม่มี มี พร้อมเตือน FEFO อัตโนมัติ
ทะเบียน ขย.9/10/11 ไม่มี ออกอัตโนมัติจากการขายหน้าร้าน
ใบเสร็จตรวจสอบล็อตย้อนหลัง ไม่มี มี พิมพ์ 80mm พร้อมข้อมูลล็อต
รองรับยาควบคุมพิเศษ ไม่รองรับ รองรับเต็มรูปแบบ

ถ้าอยากเห็นรายละเอียดจุดต่างแบบเจาะลึกฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ อ่านเพิ่มได้ที่ POS ร้านค้าทั่วไป vs โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง: ฟีเจอร์ไหนที่ร้านยาขาดไม่ได้

ทำไมเรื่องสต็อก lot/FEFO ถึงสำคัญกว่าที่เจ้าของร้านคิด

FEFO (First-Expired-First-Out) คือหลักจัดการสต็อกที่ให้ยาล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อนถูกขายออกก่อนเสมอ ต่างจาก FIFO ที่ดูแค่ลำดับเข้าสต็อก เพราะยาบางตัวรับเข้าทีหลังแต่หมดอายุเร็วกว่าก็มี

ร้านที่ยังนับสต็อกด้วยมือหรือ Excel มักเจอปัญหาเดิมซ้ำๆ คือรู้ตัวว่ายาใกล้หมดอายุตอนที่สายเกินจะระบายออกแล้ว เพราะไม่มีระบบเตือนล่วงหน้า ถ้าอยากรู้ว่าตั้งค่าให้ระบบเตือนอัตโนมัติทำยังไง ลองอ่าน ตั้งค่า FEFO ในโปรแกรม POS ร้านขายยายังไง ให้ระบบเตือนล็อตใกล้หมดอายุอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ POS ร้านสะดวกซื้อไม่มีให้เลือกใช้แม้แต่แบบเสียเงินเพิ่ม

ทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 ทำมือด้วย Excel ได้ไหมถ้าไม่มีโปรแกรมช่วย

ทำได้ แต่ต้องแลกด้วยเวลาและความเสี่ยงพลาด เพราะทะเบียนพวกนี้ต้องอัปเดตทุกครั้งที่มีการซื้อ-ขายยาควบคุม ถ้าพนักงานลืมกรอกแม้แต่รายการเดียว ตอน สสจ. เข้าตรวจสต็อกจริงกับทะเบียนอาจไม่ตรงกัน

จุดต่างที่ชัดที่สุดของโปรแกรมเฉพาะทางคือทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ถูกสร้างขึ้นเองอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการขายหน้าร้าน เภสัชกรไม่ต้องกรอกซ้ำสองรอบ รายละเอียดว่าต่างจากวิธีจดมือแบบเดิมกี่ชั่วโมงต่อเดือน อ่านเพิ่มได้ที่ โปรแกรมทะเบียนยา ขย.9 อัตโนมัติ ต่างจากจดมือแบบเดิมตรงไหน

ร้านยาสาขาเดียว งบน้อย ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะทางเลยไหม

ต้องใช้ตั้งแต่วันแรก เพราะทะเบียน ขย. กับสต็อก lot ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่รอให้ร้านโตแล้วค่อยเปลี่ยน แต่เป็นเรื่องที่ผูกกับใบอนุญาตตั้งแต่เปิดร้าน ยิ่งเริ่มถูกทางตั้งแต่ต้น ยิ่งไม่ต้องย้ายข้อมูลทีหลังให้ยุ่งยาก

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าโปรแกรมเฉพาะทางต้องแพงกว่า POS ทั่วไปเสมอ ซึ่งไม่จริงเสมอไป เพราะบางเจ้ามีแพ็กเริ่มต้นให้ทดลองใช้ฟรีโดยไม่ต้องจ่ายอะไรก่อน ถ้างบยังจำกัดมากในช่วงเปิดร้านใหม่ ลองอ่าน โปรแกรมร้านขายยาฟรี มีจริงไหม ตัวไหนได้ทะเบียน ขย. ครบโดยไม่ต้องจ่าย ประกอบการตัดสินใจ

PharmaPOS ต่างจาก POS ทั่วไปตรงไหน

PharmaPOS คือระบบ POS ร้านขายยาที่ออกแบบมาครอบคลุมทั้งสามจุดที่ POS ทั่วไปทำไม่ได้ในตัวเดียว

  • ขายหน้าร้านแบบ keyboard-first ไม่ต้องพึ่งเมาส์ ตัดสต็อกตามล็อตอัตโนมัติ พิมพ์ใบเสร็จ 80mm ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งล็อตและวันหมดอายุ
  • คุมสต็อกยาแบบ lot/วันหมดอายุ พร้อมเตือนตามหลัก FEFO ไม่ต้องนั่งไล่นับเอง
  • สร้างทะเบียนยา ขย.9/ขย.10/ขย.11 อัตโนมัติจากการขายจริง ไม่ต้องกรอกซ้ำ
  • มีระบบตารางเวรเภสัชกรและสลิปเงินเดือนพนักงานในตัว

จุดที่ต่างจากตลาดชัดที่สุดคือ ได้ทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบตั้งแต่แพ็ก Free ที่ใช้ได้ฟรีตลอดไป 1 สาขา 1 ผู้ใช้ 300 บิลต่อเดือน ถ้าร้านโตขึ้นมีพนักงานหลายคนหรือบิลไม่พอ ค่อยขยับเป็น Starter 590 บาทต่อเดือนต่อสาขา หรือ Pro 990 บาทต่อเดือนต่อสาขาสำหรับร้านหลายสาขา (ราคายังไม่รวม VAT) ทุกแพ็กแบบเสียเงินทดลองใช้ฟรี 7 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต ไม่มีค่าแรกเข้า

ก่อนจะเลือก POS ราคาถูกมาลองผิดลองถูกกับร้านยาที่คุณเพิ่งลงทุนเปิด ลองเทียบให้ชัดว่าคุ้มจริงไหมถ้าต้องมาแก้ปัญหาทะเบียนหรือสต็อกทีหลัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

POS ร้านสะดวกซื้อขายยาสามัญได้ไหม ขายได้ถ้าเป็นยาสามัญประจำบ้านทั่วไป แต่ถ้าร้านมีเภสัชกรและขายยาควบคุมพิเศษ ต้องมีระบบบันทึกทะเบียน ขย. ซึ่ง POS ทั่วไปไม่มีให้

FEFO ต่างจาก FIFO ยังไง FIFO ตัดสต็อกตามลำดับที่รับเข้าก่อน ส่วน FEFO ตัดตามล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อน ซึ่งเหมาะกับยาที่แต่ละล็อตมีวันหมดอายุไม่เท่ากัน

ร้านยาเปิดใหม่งบน้อย ต้องจ่ายค่าโปรแกรมทันทีไหม ไม่จำเป็น PharmaPOS มีแพ็ก Free ให้ใช้ฟรีตลอดไปสำหรับ 1 สาขา 1 ผู้ใช้ พร้อมทะเบียน ขย. ครบตั้งแต่แพ็กนี้

ย้ายจาก POS ทั่วไปมาใช้โปรแกรมร้านขายยาเฉพาะทาง ยุ่งยากไหม หลักๆ คือย้ายข้อมูลสต็อกและรายชื่อยาเข้าระบบใหม่ ถ้าเตรียมไฟล์รายการยาที่มีอยู่ไว้ล่วงหน้าจะย้ายได้เร็วขึ้นมาก

อยากรู้ว่าร้านของคุณจะประหยัดเวลาเภสัชกรได้กี่ชั่วโมงต่อเดือนถ้าเปลี่ยนมาใช้ระบบที่ออกทะเบียน ขย. ให้อัตโนมัติ ทดลองใช้ฟรีได้ที่ pharmaposthai.vercel.app

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ