บทความ / ร้านขายยา

ร้านยาคุณภาพ (GPP) เกณฑ์ใหม่ปี 2026 ร้านที่ยังใช้กระดาษ-Excel จะปรับตัวไม่ทันตรงไหน

4 สิงหาคม 2569 อ่าน 12 นาที

ร้านยาคุณภาพ (GPP) เกณฑ์ใหม่ปี 2026 เน้นย้ำเรื่อง "หลักฐานย้อนหลัง" มากกว่าที่ผ่านมา — ไม่ใช่แค่มีป้าย GPP ติดหน้าร้าน แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าทุกล็อตยา ทุกการจ่ายยาควบคุม มีบันทึกที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ร้านที่ยังพึ่งสมุดบันทึกกับไฟล์ Excel จึงเสี่ยงตกม้าตายตอนถูกสุ่มตรวจ เพราะข้อมูลกระจัดกระจายและหาไม่ทันเวลา

ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านหรือเภสัชกรที่กำลังเตรียมตัวรับมือ บทความนี้จะพาไปดูว่าเกณฑ์ใหม่เปลี่ยนโฟกัสไปทางไหน แล้วระบบบันทึกแบบไหนที่ทำให้ร้านผ่านการตรวจได้แบบไม่ต้องนั่งงมเอกสารทั้งคืน

GPP คืออะไร แล้วทำไมปี 2026 ถึงพูดถึงกันมากขึ้น

GPP หรือ Good Pharmacy Practice คือมาตรฐานร้านยาคุณภาพที่สภาเภสัชกรรมผลักดันมาต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ การเก็บรักษายา และระบบบันทึกข้อมูลของร้าน

สิ่งที่เปลี่ยนไปในทิศทางปี 2026 ไม่ใช่ตัวมาตรฐานพื้นฐานที่พลิกใหม่ทั้งหมด แต่เป็นน้ำหนักที่ อย. และ สสจ. ให้กับ "การตรวจสอบย้อนหลัง" มากขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆ คือแค่ทำถูกวันนี้ยังไม่พอ ต้องพิสูจน์ได้ด้วยว่าเดือนก่อน สามเดือนก่อน ร้านทำถูกต้องตลอดมา เภสัชกรหลายร้านที่เคยผ่านการตรวจมาแล้วเล่าตรงกันว่า คำถามที่โดนบ่อยขึ้นคือ "ขอดูบันทึกย้อนหลังของรายการนี้หน่อย" ไม่ใช่แค่ "ตอนนี้เก็บยาถูกวิธีไหม"

เกณฑ์ใหม่ต้องการหลักฐานแบบไหน ไม่ใช่แค่เอกสารกองเดียว

คำตอบสั้นๆ คือ ต้องเป็นบันทึกที่ผูกกับ "รายการจริง" แต่ละครั้ง ไม่ใช่สรุปรวมท้ายเดือน — เช่น ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ที่ระบุวันที่ ผู้ซื้อ จำนวน และล็อตยาชัดเจนในแต่ละรายการขาย

ที่ผ่านมาร้านส่วนใหญ่คุ้นกับการกรอกทะเบียนยาควบคุมท้ายวันหรือท้ายกะ ซึ่งพอใช้ได้ตอนตรวจแบบผิวเผิน แต่พอเจ้าหน้าที่ขอเทียบยอดขายจริงกับทะเบียนย้อนหลัง 2-3 เดือน ความคลาดเคลื่อนจากการกรอกมือจะเริ่มโผล่ ยิ่งร้านที่มีหลายสาขาหรือหลายกะทำงาน ความเสี่ยงยิ่งสูง เพราะแต่ละคนกรอกไม่พร้อมกัน บางทีก็ลืมกรอกไปเลย

ถ้าอยากรู้รายละเอียดว่าทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไงให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด อ่านเพิ่มได้ที่ ทะเบียนยา ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องทำยังไงบ้าง ฉบับเภสัชกรร้านยา

ร้านที่ใช้กระดาษ-Excel จะเจอปัญหาอะไรตอนถูกตรวจ

ปัญหาหลักคือ "หาข้อมูลย้อนหลังไม่ทัน" ไม่ใช่ว่าร้านทำผิดตั้งแต่ต้น แต่พิสูจน์ไม่ได้ในเวลาที่เจ้าหน้าที่ให้

สามจุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือ

หนึ่ง สต็อกกับล็อต/วันหมดอายุ — Excel บันทึกได้ แต่ไม่เตือนอัตโนมัติเวลายาใกล้หมดอายุ ร้านที่ตรวจนับสต็อกปีละครั้งมักเจอยาหมดอายุค้างอยู่ในตู้โดยไม่รู้ตัว พอเจ้าหน้าที่สุ่มหยิบตรวจ นี่คือจุดที่โดนตำหนิบ่อยที่สุด

สอง ทะเบียนยาควบคุมและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท — ถ้ากรอกมือท้ายวัน โอกาสตกหล่นหรือกรอกช้ากว่าความเป็นจริงมีสูง พอเทียบกับยอดขายจริงแล้วไม่ตรงกัน กลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่ควร

สาม เอกสารกระจายหลายไฟล์ — สมุดเล่มหนึ่งอยู่ที่ร้าน ไฟล์ Excel อีกไฟล์อยู่ในคอมเภสัชกร บางร้านมีสำเนาอยู่ในมือถือเจ้าของร้านอีกชุด พอต้องรวบรวมให้เจ้าหน้าที่ดูภายในวันเดียว ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลไม่ตรงกันก็ยิ่งสูง

ถ้าอยากเตรียมพร้อมก่อนวันที่ อย./สสจ. จะมาตรวจจริงๆ มีเช็คลิสต์ละเอียดอยู่ที่ อย./สสจ. จะเข้าตรวจร้านยาพรุ่งนี้ เตรียมเอกสารอะไรให้ผ่านแบบไม่หัวหมุน

ระบบ POS ที่เก็บ log อัตโนมัติ ได้เปรียบกว่าร้านที่ใช้กระดาษ-Excel ตรงไหน

คำตอบคือ ระบบที่ผูกทะเบียนยากับการขายหน้าร้านโดยอัตโนมัติ จะไม่มีวันที่ "ลืมกรอก" เพราะทุกรายการที่สแกนขายจะถูกบันทึกลง log พร้อมล็อตและวันเวลาโดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ

เวลาเภสัชกรขายยาควบคุมหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหน้าร้าน ระบบที่ดีจะดึงข้อมูลจากรายการขายไปกรอกทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งพิมพ์ซ้ำท้ายวัน นี่คืองานเอกสารที่เภสัชกรส่วนใหญ่เกลียดที่สุด เพราะกินเวลาและเสี่ยงพลาดง่าย พอระบบทำให้อัตโนมัติ ทั้งความแม่นยำและเวลาที่ประหยัดได้ต่างกันชัดเจน

ในเรื่องสต็อก ระบบที่คุมแบบ lot และวันหมดอายุด้วยหลัก FEFO (First Expired, First Out) จะช่วยดันยาที่ใกล้หมดอายุออกก่อนโดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนยาหมดอายุจริง ทำให้ร้านไม่ต้องรอถึงวันตรวจนับสต็อกประจำปีถึงจะเจอปัญหา รายละเอียดของระบบนี้อ่านเพิ่มได้ที่ ระบบคุมสต็อกยาแบบ Lot และวันหมดอายุ (FEFO) คืออะไร ทำไมร้านขายยาต้องมี

ข้อได้เปรียบสุดท้ายคือ ข้อมูลอยู่ที่เดียว ไม่กระจายเป็นสมุด+Excel+ไฟล์ในมือถือ พอเจ้าหน้าที่ขอดูย้อนหลัง เภสัชกรกดค้นจากระบบได้ทันที ไม่ต้องรวบรวมจากหลายที่ให้เสียเวลา

ร้านที่ยังใช้ Excel ควรเริ่มเปลี่ยนตรงไหนก่อน

ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เริ่มจากจุดที่เสี่ยงโดนตรวจย้อนหลังบ่อยที่สุดก่อน คือทะเบียนยาควบคุมกับสต็อก lot/วันหมดอายุ สองเรื่องนี้เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่มักขอดูหลักฐานย้อนหลังเป็นอันดับแรก

ขั้นต่อไปคือดูว่าระบบขายหน้าร้านเดิมของคุณ ถ้ายังใช้แค่เครื่องคิดเงินหรือ POS ทั่วไปที่ไม่ผูกกับทะเบียนยา ให้พิจารณาย้ายมาระบบที่ออกแบบมาสำหรับร้านยาโดยเฉพาะ การย้ายข้อมูลจาก Excel ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ ถ้าวางแผนดีสามารถโอนสต็อกเดิมเข้าระบบใหม่ได้โดยไม่ต้องนับใหม่ทั้งร้าน อ่านแนวทางเตรียมตัวได้ที่ เปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ต้องเตรียมอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่

PharmaPOS เป็นหนึ่งในระบบที่ออกแบบมาให้ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ออกอัตโนมัติจากการขายหน้าร้าน ควบคู่กับสต็อกแบบ lot/FEFO และใบเสร็จ 80mm ที่ขายได้เร็วแบบ keyboard-first ถ้าอยากดูหน้าตาระบบจริงก่อนตัดสินใจ ลองเข้าไปดูที่ pharmapos-six.vercel.app ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

GPP เกณฑ์ใหม่ปี 2026 ต่างจากเดิมตรงไหน โครงสร้างมาตรฐานพื้นฐานยังคล้ายเดิม แต่น้ำหนักการตรวจเน้นหลักฐานย้อนหลังมากขึ้น ร้านต้องพิสูจน์ได้ว่าบันทึกถูกต้องต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ถูกต้องเฉพาะวันที่ถูกตรวจ

ร้านขายยาสาขาเดียว ยังใช้ Excel ได้อยู่ไหม ใช้ได้ถ้าร้านมีวินัยกรอกข้อมูลสม่ำเสมอ แต่ความเสี่ยงคือเวลาถูกขอดูย้อนหลังหลายเดือน การรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องจะช้ากว่าระบบที่บันทึก log อัตโนมัติมาก

ทะเบียนยาควบคุมกับวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้องบันทึกบัตรประชาชนผู้ซื้อไหม ต้องบันทึกข้อมูลผู้ซื้อตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับยาควบคุมพิเศษ ระบบที่ผูกกับ POS จะช่วยดึงข้อมูลนี้เข้าทะเบียนพร้อมกับรายการขายในขั้นตอนเดียว ลดโอกาสลืมกรอก

เปลี่ยนจากกระดาษ-Excel มาใช้ระบบ POS ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน เริ่มจากสองจุดเสี่ยงสุดคือทะเบียนยาควบคุมกับสต็อก lot/วันหมดอายุ เพราะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ขอดูหลักฐานย้อนหลังบ่อยที่สุด แล้วค่อยขยายไปส่วนอื่นของร้าน

ระบบ POS ร้านขายยาช่วยตอนถูกตรวจยังไงบ้าง ช่วยให้ดึงข้อมูลย้อนหลังได้ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอดู เพราะทุกรายการขายถูกบันทึก log พร้อมล็อตและเวลาโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องรวบรวมจากสมุดหรือไฟล์หลายที่

หากอยากลองดูว่าระบบที่เก็บทะเบียน ขย. และสต็อก lot/FEFO อัตโนมัติหน้าตาเป็นแบบไหน ทักแชทเข้ามาคุยกับทีม PharmaPOS ได้เลย

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ