บทความ / ร้านขายยา
โปรแกรมร้านขายยาหลายสาขา เชื่อมสต็อกและโอนย้ายข้ามสาขายังไง ไม่ให้ของขาดของค้าง
ร้านขายยาที่ขยายเป็น 2-3 สาขาแล้ว ปัญหาที่เจอเกือบทุกร้านคือสาขาหนึ่งยาหมดจนต้องปฏิเสธลูกค้า ในขณะที่อีกสาขายาตัวเดียวกันกองอยู่จนใกล้หมดอายุ ทางแก้คือใช้โปรแกรมร้านขายยาหลายสาขาที่เชื่อมสต็อกกลางแบบเรียลไทม์ พร้อมฟีเจอร์โอนย้ายสต็อกข้ามสาขาที่ยัง track lot และวันหมดอายุตาม FEFO ไม่ให้ยาปนล็อตระหว่างทาง เจ้าของร้านเห็นสต็อกทุกสาขาในหน้าจอเดียว ไม่ต้องโทรถามหรือเปิดไฟล์ Excel ทีละสาขาอีกต่อไป PharmaPOS คือระบบ POS ร้านขายยาที่ออกแบบมารองรับปัญหานี้โดยตรง
ทำไมร้านขายยาหลายสาขาถึงเจอปัญหา "สาขานี้ของขาด สาขานั้นของค้าง"
สาเหตุหลักมาจากแต่ละสาขาคุมสต็อกแยกกันเป็นไฟล์ Excel หรือสมุดของใครของมัน ไม่มีจุดกลางที่เห็นภาพรวมทั้งเครือ
พอลูกค้าถามหายาที่สาขาหนึ่งไม่มี พนักงานก็ต้องโทรไปถามอีกสาขาว่ามีของไหม บางทีโทรไม่ติดหรือคนรับสายไม่รู้ตัวเลขจริงเพราะยังไม่ได้อัปเดตไฟล์ ผลคือลูกค้าเดินออกจากร้านทั้งที่ยาอยู่คนละสาขาห่างกันแค่ไม่กี่กิโล
ในขณะเดียวกัน เภสัชกรที่สาขาที่มียาค้างก็ไม่รู้ว่าอีกสาขาขาดแคลน เลยสั่งซื้อยาตัวเดิมเข้ามาเพิ่มอีก ยาที่ค้างอยู่แล้วก็ยิ่งใกล้หมดอายุ กลายเป็นทุนจมและเสี่ยงต้องทิ้งยา ปัญหานี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อร้านมีสาขาที่ 3 หรือ 4 เพราะจำนวนสาขาที่ต้องประสานกันเองแบบไม่มีระบบเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ถ้าอยากรู้ว่าจะเห็นสต็อกยาใกล้หมดอายุของทุกสาขาพร้อมกันได้ยังไงโดยไม่ต้องโทรถามทีละร้าน อ่านเพิ่มได้ที่ แดชบอร์ดยาใกล้หมดอายุหลายสาขา
ระบบสต็อกกลางร้านขายยาหลายสาขา เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ยังไง
ระบบสต็อกกลางทำงานโดยให้ทุกสาขาขายและตัดสต็อกจากฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่ใช่แยกไฟล์แล้วค่อยมารวมทีหลัง
เวลาสาขา A สแกนบาร์โค้ดขายยาให้ลูกค้า สต็อกของสาขา A จะลดลงทันที และเจ้าของร้านหรือเภสัชกรที่สาขา B, C ก็เห็นตัวเลขที่อัปเดตแล้วในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องรอใครส่งไฟล์มาให้ตอนเย็น เจ้าของร้านนั่งดูภาพรวมสต็อกทุกสาขาจากที่เดียวได้เลยว่ายาตัวไหนเหลือเท่าไหร่ที่สาขาไหน กลไกเบื้องหลังการเชื่อมสต็อกแบบเรียลไทม์นี้อธิบายละเอียดกว่าในบทความ โปรแกรมร้านขายยาหลายสาขา เชื่อมสต็อกแบบ real-time ทำงานยังไง
โอนย้ายสต็อกยาข้ามสาขายังไง ไม่ให้ยาปนล็อตหรือ FEFO พัง
การโอนย้ายสต็อกที่ปลอดภัยต้องระบุ lot และวันหมดอายุของยาที่โอนทุกครั้ง ไม่ใช่โอนแค่จำนวนชิ้นเฉยๆ
ถ้าโอนโดยไม่ระบุล็อต ยาล็อตใหม่กับล็อตเก่าจะปนกันที่สาขาปลายทาง พอถึงเวลาหยิบขายตามหลัก FEFO (First Expired, First Out) ระบบหรือพนักงานจะแยกไม่ออกว่าล็อตไหนต้องหยิบก่อน สุดท้ายเสี่ยงหยิบยาล็อตใหม่ออกขายก่อน ทิ้งล็อตเก่าไว้จนหมดอายุ แถมตอน สสจ. มาตรวจก็ตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ว่ายาล็อตนั้นเคยผ่านสาขาไหนมาบ้าง
ขั้นตอนโอนที่ถูกต้องต้องทำแบบนี้:
- เลือกยาและเลือกล็อตที่จะโอน ไม่ใช่แค่พิมพ์จำนวน
- ระบบแนะนำล็อตที่ใกล้หมดอายุก่อนตามหลัก FEFO ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งไล่ดูวันหมดอายุเอง
- ยืนยันสาขาต้นทาง-ปลายทาง แล้วกดโอน สต็อกต้นทางลดทันที ปลายทางเพิ่มพร้อมข้อมูลล็อต-วันหมดอายุครบ ไม่ปนกับล็อตเดิมที่ปลายทางมีอยู่แล้ว
ถ้ายังไม่เคยตั้งค่า FEFO ในระบบมาก่อน ดูวิธีตั้งค่าให้ระบบเตือนล็อตใกล้หมดอายุอัตโนมัติได้ที่ ตั้งค่า FEFO ในโปรแกรม POS ร้านขายยา
ขั้นตอนโอนย้ายสต็อกยาระหว่างสาขาใน PharmaPOS ทำยังไงบ้าง
ใน PharmaPOS การโอนย้ายสต็อกทำผ่านหน้าจอเดียว ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างไฟล์หรือระบบแยกต่างหาก
หน้าจอโอนย้ายออกแบบแบบ keyboard-first เหมือนหน้าขาย พนักงานพิมพ์ค้นหายา เลือกล็อตที่ระบบแนะนำ ใส่จำนวน แล้วกดยืนยัน ทุกรายการโอนจะถูกบันทึกเป็นเอกสารอ้างอิงในระบบ พร้อมเลขล็อตและวันที่โอน เก็บไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบย้อนกลับ ไม่ต้องแยกจดบันทึกซ้ำอีกชุด ซึ่งช่วยเวลาทำเอกสารตอนต่ออายุใบอนุญาตหรือรับตรวจจาก สสจ. เพราะข้อมูลสต็อกและการโอนย้ายทั้งหมดอยู่ในระบบเดียวตั้งแต่ต้น
ย้ายจากระบบ Excel แยกสาขามาใช้สต็อกกลาง ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนเปิดใช้สต็อกกลาง ต้องนับสต็อกคงเหลือจริงของแต่ละสาขาให้ตรงกับตัวเลขในระบบก่อน ไม่งั้นยอดจะเพี้ยนตั้งแต่วันแรก
ร้านที่คุ้นกับ Excel มักกังวลว่าย้ายข้อมูลแล้วตัวเลขจะไม่ตรง วิธีที่ปลอดภัยคือนับสต็อกจริงทีละสาขา ทีละล็อต แล้วค่อยกรอกเข้าระบบพร้อมวันหมดอายุ ไม่ใช่ก็อปวางจากไฟล์เก่าทั้งดุ้น เพราะไฟล์ Excel ส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูลล็อตแยกอยู่แล้ว ขั้นตอนนับสต็อกให้ตัวเลขไม่เพี้ยนตอนย้ายระบบ อ่านแบบละเอียดได้ที่ ย้ายสต็อกยาจาก Excel เข้าระบบ
ร้านขายยาสาขาเดียวกับหลายสาขา ใช้ระบบต่างกันตรงไหน
ถ้ามีสาขาเดียว ยังไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์โอนย้ายข้ามสาขา แพ็ก Free หรือ Starter ก็ตอบโจทย์ได้
แพ็ก Free ใช้ได้ฟรีตลอดไป 1 สาขา 1 ผู้ใช้ 300 บิลต่อเดือน ได้ทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบตั้งแต่แพ็กฟรี แพ็ก Starter ราคา 590 บาทต่อสาขาต่อเดือน เพิ่มผู้ใช้ได้ 3 คน บิลไม่จำกัด ส่วนร้านที่ขยายเป็น 2 สาขาขึ้นไปและต้องการฟีเจอร์โอนย้ายสต็อกข้ามสาขาแบบเรียลไทม์ ต้องใช้แพ็ก Pro ราคา 990 บาทต่อสาขาต่อเดือน ครบทุกฟีเจอร์รวมถึงตารางเวรและสลิปเงินเดือนพนักงาน ทุกแพ็กไม่มีค่าแรกเข้า และเลือกจ่ายรายปีลดเหลือเท่ากับ 10 เดือนได้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าแพ็กไหนคุ้มกับขนาดร้าน เทียบราคาปี 2026 แบบละเอียดได้ที่ โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ปี 2026
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โอนย้ายสต็อกยาข้ามสาขาต้องระบุ lot ทุกครั้งไหม ต้องระบุทุกครั้ง เพราะถ้าโอนแค่จำนวนโดยไม่ระบุล็อต ยาที่สาขาปลายทางจะปนกันจนแยกล็อตไม่ออก และทำให้ระบบ FEFO แนะนำล็อตหยิบขายผิดพลาด
สต็อกกลางเห็นข้อมูลทุกสาขาแบบเรียลไทม์จริงไหม หรือต้องกดซิงก์เอง เห็นแบบเรียลไทม์ทันทีที่มีการขายหรือโอนย้ายเกิดขึ้น เพราะทุกสาขาขายจากฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่ต้องกดซิงก์หรือรออัปเดตไฟล์แยก
ร้านมีสาขาเดียว ยังไม่ต้องใช้ฟีเจอร์โอนย้ายข้ามสาขา เลือกแพ็กไหนได้บ้าง ใช้แพ็ก Free หรือ Starter ได้เลย ทั้งสองแพ็กได้ทะเบียน ขย.9/ขย.10/ขย.11 ครบ ค่อยอัปเป็น Pro ตอนขยายสาขาที่ 2
ทดลองใช้ Pro ฟรี 7 วันต้องใส่บัตรเครดิตไหม ไม่ต้อง สมัครทดลอง Pro ฟรี 7 วันได้โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิตและไม่มีค่าแรกเข้า
ถ้าร้านคุณกำลังจะเปิดสาขาที่ 2 หรือ 3 และเริ่มปวดหัวกับปัญหาของขาดของค้างแบบนี้อยู่ ลองเปิดใช้ฟีเจอร์โอนย้ายสต็อกข้ามสาขาดูก่อนตัดสินใจ ทดลองแพ็ก Pro ฟรี 7 วันได้ที่ pharmaposthai.vercel.app