บทความ / ร้านขายยา

โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 เทียบรายเดือน vs จ่ายครั้งเดียว ร้านเดี่ยวถึงหลายสาขา

29 กรกฎาคม 2569 อ่าน 19 นาที

โปรแกรมร้านขายยา ราคาปี 2026 แบ่งโครงสร้างหลักได้ 3 แบบ คือ จ่ายรายเดือน (subscription), จ่ายรายปี (ล่วงหน้าเพื่อแลกส่วนลด), และจ่ายครั้งเดียว (ซื้อขาดแล้วมีค่าบำรุงรักษาแยก) ตัวเลขจริงของแต่ละร้านจะต่างกันตามจำนวนสาขา จำนวนเครื่อง POS ที่ใช้พร้อมกัน และฟีเจอร์ที่จำเป็น เช่น สต็อกยาแบบ lot/FEFO หรือทะเบียนยา ขย. อัตโนมัติ เพราะงั้นก่อนเทียบราคาข้ามเจ้า ต้องรู้ก่อนว่าร้านตัวเองอยู่ตรงไหนของสมการนี้

ร้านขายยาส่วนใหญ่ที่ยังใช้ Excel หรือสมุดจดมือ มักตกใจตอนเห็นราคาระบบ POS เต็มรูปแบบครั้งแรก แต่พอแตกโครงสร้างราคาออกมาดูทีละส่วน จะเห็นว่ามันไม่ได้แพงเพราะ "ระบบ" อย่างเดียว แต่แพงหรือถูกเพราะฟีเจอร์ที่ร้านเลือกใช้จริงต่างหาก

ราคาโปรแกรมร้านขายยาในตลาดไทยตอนนี้อยู่ช่วงไหน

ตัวเลขที่ประกาศต่อสาธารณะบนหน้าเว็บทางการของแต่ละเจ้า (ตรวจเมื่อ 27 ก.ค. 2569) อยู่ระหว่าง ฿390–฿4,790 ต่อเดือน และมีหลายเจ้าที่มีแพ็กใช้ฟรีจริง ส่วนอีกหลายเจ้าไม่ประกาศราคาเลย ต้องขอใบเสนอราคาเป็นรายร้าน

เจ้า แพ็กฟรี ราคาที่ประกาศบนเว็บ
PharmaPOS (เรา) ฟรีตลอดไป 1 สาขา / 1 ผู้ใช้ / 300 บิลต่อเดือน ฿590 และ ฿990 ต่อสาขา/เดือน
Drugstoresoft / Platonic Software ทดลองฟรี 30 วัน ฿390/เดือน (3 เครื่อง) เกินเครื่องละ ฿100
CuraLink ฟรีจนขายได้ 50 รายการแรก ฿790 · ฿1,990 · ฿4,790 ต่อเดือน
ASSA App ฟรีตลอดชีพ ไม่มีแพ็กจ่ายเงินประกาศบนเว็บ
Arincare มีแพ็กใช้ฟรีสำหรับร้านเดี่ยว หน้าราคาไม่แสดงตัวเลขที่อ่านได้
TPharm · Expsof ไม่พบข้อมูล ไม่ประกาศราคาต่อสาธารณะ

ทุกตัวเลขข้างบนยังไม่รวม VAT และเป็นราคา ณ วันที่ตรวจ ผู้ให้บริการเปลี่ยนราคาได้ตลอด — รายละเอียดฟีเจอร์ทีละเจ้าและว่าร้านแบบไหนควรเลือกเจ้าไหน อยู่ในบทความเทียบโปรแกรมร้านขายยา 6 เจ้า

ราคาของ PharmaPOS เอง

เราประกาศราคาไว้ตรงๆ ทั้งหมด ไม่มีเรตซ่อน:

แพ็กเกจ ราคา ครอบคลุม
Free ฿0 ตลอดไป 1 สาขา · 1 ผู้ใช้ · 300 บิล/เดือน · ได้ทะเบียน ขย.9/10/11 ครบ
Starter ฿590 ต่อสาขา/เดือน 1 สาขา · 3 ผู้ใช้ · บิลไม่จำกัด
Pro ฿990 ต่อสาขา/เดือน หลายสาขา · ครบทุกฟีเจอร์
  • ไม่มีค่าติดตั้ง ไม่มีค่าแรกเข้า และไม่ต้องใส่บัตรเครดิตตอนสมัคร
  • จ่ายรายปีคิด 10 เดือน (ลดให้ 2 เดือน) = Starter ฿5,900/ปี · Pro ฿9,900/ปี
  • สมัครใหม่ได้ ทดลอง Pro ฟรี 7 วัน
  • ราคายังไม่รวม VAT

ที่ใส่ทะเบียน ขย. ไว้ในแพ็กฟรีด้วย เพราะเป็นงานที่ร้านเดี่ยวเสียเวลากับมันมากที่สุด และไม่ควรต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะได้ใช้

โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 มีกี่แบบให้เลือก

โครงสร้างราคาที่พบในตลาดไทยตอนนี้มี 3 แบบหลัก: รายเดือน, รายปี, และจ่ายครั้งเดียว (perpetual license) แต่ละแบบเหมาะกับร้านที่มีสถานะการเงินและแผนขยายสาขาต่างกัน

รายเดือน เหมาะกับร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่อยากผูกเงินก้อนใหญ่ จ่ายเท่าที่ใช้ ยกเลิกได้ถ้าไม่โอเค แต่ต้นทุนรวมระยะยาว (3-5 ปี) มักสูงกว่าจ่ายครั้งเดียว

รายปี คือจ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายล่วงหน้า ผู้ให้บริการมักให้ส่วนลดแลกกับกระแสเงินสดที่แน่นอนขึ้น เหมาะกับร้านที่มั่นใจแล้วว่าจะใช้ระบบนี้ต่อเนื่อง

จ่ายครั้งเดียว คือซื้อ license ใช้ระยะยาวโดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน แต่ส่วนใหญ่ยังมีค่าบำรุงรักษา/อัปเดตระบบแยกต่างหากทุกปี เหมาะกับร้านที่วางแผนใช้ระบบเดิมไป 5-10 ปีขึ้นไปและไม่ต้องการฟีเจอร์ใหม่บ่อย

ไม่มีแบบไหนที่ "คุ้มกว่า" แบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าร้านคุณวางแผนใช้กี่ปี และกระแสเงินสดตอนนี้เป็นแบบไหน

รายเดือน vs จ่ายครั้งเดียว แบบไหนคุ้มกว่าจริง

ตอบสั้นๆ คือ ถ้าใช้ระบบเกิน 2-3 ปีขึ้นไป จ่ายครั้งเดียวมักคุ้มกว่าในระยะยาว แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้ระบบนี้ถาวรไหม รายเดือนปลอดภัยกว่าเพราะเลิกใช้ได้ทันทีโดยไม่เสียเงินก้อน

ลองคิดง่ายๆ แบบนี้: ถ้าจ่ายรายเดือนต่อเนื่อง 24 เดือน ผลรวมมักใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าไลเซนส์แบบจ่ายครั้งเดียวบวกค่าบำรุงรักษาปีแรกแล้ว ร้านที่มั่นใจตั้งแต่ต้นว่าจะอยู่ยาวจึงมักเลือกจ่ายครั้งเดียวเพื่อล็อกต้นทุนให้นิ่ง ส่วนร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่มั่นใจปริมาณลูกค้า การเริ่มจากรายเดือนช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในช่วง 6-12 เดือนแรก

จุดที่หลายคนมองข้าม คือค่าใช้จ่ายแฝงหลังซื้อ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ให้ถามผู้ให้บริการให้ชัดว่า ค่าอบรมพนักงานรวมอยู่ในราคาไหม ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเก่าคิดแยกหรือเปล่า และอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ในอนาคตต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่

อะไรทำให้ราคาโปรแกรมร้านขายยาแต่ละเจ้าต่างกัน

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต่างกันคือ จำนวนสาขา จำนวนพนักงาน/เครื่อง POS ที่ใช้พร้อมกัน และชุดฟีเจอร์ที่ร้านเลือกเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ "ยี่ห้อไหนแพงกว่ากัน"

จำนวนสาขา — ร้านเดี่ยวกับร้านหลายสาขาใช้โครงสร้างข้อมูลต่างกัน ร้านหลายสาขาต้องมีระบบเชื่อมสต็อกกลาง เห็นยอดขายรวมทุกสาขาแบบเรียลไทม์ และป้องกันสต็อกชนกันเวลาโอนยาข้ามสาขา ถ้าร้านคุณกำลังจะขยายเกิน 1 สาขา ควรอ่าน เช็คลิสต์บริหารร้านยาหลายสาขาไม่ให้สต็อกชนกัน ก่อนตัดสินใจเรื่องราคา เพราะฟีเจอร์เชื่อมสต็อกหลายสาขามักดันราคาให้สูงขึ้นตามจำนวนสาขาจริง

จำนวนพนักงาน/เครื่อง POS — ยิ่งมีเภสัชกรและพนักงานขายหน้าร้านพร้อมกันหลายคน ยิ่งต้องการ license หรือ seat มากขึ้น บางเจ้าคิดราคาต่อเครื่อง บางเจ้าคิดต่อผู้ใช้งาน ต้องเช็กให้ชัดว่าร้านคุณจะใช้กี่เครื่องจริง ไม่ใช่ซื้อเผื่อเกินความจำเป็น

ฟีเจอร์ที่เลือกใช้ — ระบบ POS ขายหน้าร้านพื้นฐานราคาต่างจากระบบที่รวมสต็อก lot/FEFO ทะเบียน ขย. อัตโนมัติ และระบบตารางเวร-สลิปเงินเดือนพนักงานเข้าไปด้วย ร้านที่ยังทำมือทุกอย่างอาจมองว่าฟีเจอร์เสริมเหล่านี้ไม่จำเป็น แต่พอคำนวณเวลาที่เสียไปจริงในแต่ละเดือน มักเปลี่ยนใจ

ฟีเจอร์ ขย./FEFO ทำให้ราคาต่างจาก POS ทั่วไปยังไง

ฟีเจอร์ทะเบียนยา ขย. และระบบสต็อกแบบ FEFO ทำให้ราคาสูงกว่า POS ทั่วไป เพราะมันไม่ใช่แค่ระบบขายของ แต่ต้องออกแบบให้รองรับข้อกำหนดเฉพาะของร้านขายยาที่ธุรกิจค้าปลีกทั่วไปไม่มี

ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องบันทึกการซื้อ-ขาย-คงเหลือของยาควบคุมพิเศษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอย่างละเอียด ถ้าระบบไม่ผูกการขายหน้าร้านเข้ากับทะเบียนโดยอัตโนมัติ เภสัชกรต้องมานั่งกรอกซ้ำเองทุกเดือน นี่คืองานเอกสารที่เภสัชกรส่วนใหญ่เกลียดที่สุด และเป็นเหตุผลที่ระบบซึ่งทำให้อัตโนมัติมักตั้งราคาสูงกว่าระบบขายทั่วไป

ส่วนระบบ lot และวันหมดอายุแบบ FEFO ต้องดึงยาที่ใกล้หมดอายุออกขายก่อนโดยอัตโนมัติ ป้องกันยาค้างสต็อกจนหมดอายุแล้วต้องทิ้งทั้งล็อต ฟีเจอร์นี้ต้องเก็บข้อมูลละเอียดระดับ lot ไม่ใช่แค่ชื่อยา จึงมีความซับซ้อนของระบบหลังบ้านมากกว่า POS ร้านค้าทั่วไปพอสมควร

คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ ฟีเจอร์ ขย. และ FEFO รวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐานหรือเป็นแอดออนแยก เพราะถ้าเป็นแอดออน ราคาที่โฆษณาไว้ตอนแรกอาจไม่ใช่ราคาที่ร้านต้องจ่ายจริง

วิธีคำนวณความคุ้มทุน เทียบต้นทุนแฝงจากการทำมือ

วิธีคิดง่ายที่สุดคือ เอาราคาระบบต่อเดือนมาเทียบกับ "เวลาที่เสียไปจริง" ของงานที่ระบบช่วยตัดออก ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขราคาลอยๆ

ลองสมมติสถานการณ์แบบนี้เพื่อเป็นแนวทางคำนวณ (ไม่ใช่ตัวเลขจริงของร้านใดร้านหนึ่ง): ถ้าเภสัชกรใช้เวลากรอกทะเบียน ขย. ด้วยมือประมาณ 4-5 ชั่วโมงต่อเดือน บวกกับเวลาตรวจนับสต็อกหายาใกล้หมดอายุอีก 2-3 ชั่วโมงต่อเดือน รวมแล้วอาจเสียเวลาเฉพาะสองงานนี้ 6-8 ชั่วโมงต่อเดือน เวลานี้เอาไปให้คำปรึกษาลูกค้าหรือดูแลร้านได้มากกว่า

นอกจากเวลา ยังมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นตรงๆ อีก 3 อย่าง

  1. ยาหมดอายุที่ต้องทิ้ง เพราะไม่มีระบบเตือนอัตโนมัติ ดึงยาผิดล็อตออกขายก่อน
  2. ความเสี่ยงตอนตรวจสอบ ถ้าทะเบียน ขย. ไม่ครบหรือคลาดเคลื่อน ตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือถึงเวลาต่ออายุใบอนุญาต
  3. เงินขาดบัญชีตอนปิดยอด ที่หาสาเหตุไม่เจอ เพราะไม่มีระบบกระทบยอดเงินสดอัตโนมัติ

ถ้าร้านคุณยังใช้ Excel อยู่ ลองอ่านบทความเปรียบเทียบการเปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ประกอบ จะเห็นภาพต้นทุนแฝงชัดขึ้นว่าจริงๆ แล้ว "ฟรี" ของ Excel ไม่ได้ฟรีเสมอไป

ร้านเดี่ยวกับหลายสาขา งบต่างกันแค่ไหน ควรเลือกแบบไหน

ร้านเดี่ยวเน้นระบบ POS ขายหน้าร้านที่เร็วและสต็อก lot/FEFO เป็นหลัก ส่วนร้านหลายสาขาต้องเพิ่มงบให้ระบบเชื่อมสต็อกกลางและรายงานรวมทุกสาขา ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ร้านเดี่ยวไม่จำเป็นต้องจ่าย

ร้านเดี่ยวงบน้อยควรถามผู้ให้บริการตรงๆ ว่า POS ธรรมดาพอไหมหรือต้องใช้ระบบเต็มรูปแบบ คำตอบขึ้นอยู่กับว่าร้านมียาควบคุมพิเศษเยอะแค่ไหน ถ้าขายยาควบคุมบ่อย ระบบทะเบียน ขย. อัตโนมัติคุ้มค่ากว่าการจ้างคนมานั่งกรอกเอกสารเพิ่ม

ร้านที่วางแผนขยายเกิน 1 สาขาในอนาคตอันใกล้ ควรเลือกระบบที่รองรับหลายสาขาได้ตั้งแต่แรก แม้จะเปิดใช้แค่ 1 สาขาตอนนี้ เพราะการย้ายระบบทั้งหมดตอนขยายสาขาจริง มักเสียเวลาและมีความเสี่ยงข้อมูลตกหล่นมากกว่าการวางแผนไว้ก่อน

ก่อนตัดสินใจซื้อระบบไหน ให้ลองไล่เช็กจากฟีเจอร์ที่จำเป็นจริงของร้านตัวเองก่อน ไม่ใช่ไล่ตามราคาที่ถูกที่สุด เพราะราคาถูกแต่ขาดฟีเจอร์ ขย./FEFO อาจทำให้ต้องซื้อระบบเสริมทีหลัง จนรวมแล้วแพงกว่าเลือกระบบที่ครบตั้งแต่แรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรมร้านขายยา รายเดือนเท่าไหร่ ไม่มีค่าติดตั้งจริงไหม ราคาที่ประกาศบนเว็บของเจ้าต่างๆ อยู่ระหว่าง ฿390–฿4,790 ต่อเดือน (ไม่รวม VAT) ของ PharmaPOS คือ ฿590 และ ฿990 ต่อสาขา/เดือน และมีแพ็กฟรีตลอดไปสำหรับร้านเดี่ยวที่ออกบิลไม่เกิน 300 ใบต่อเดือน ส่วนค่าติดตั้ง เราไม่คิด แต่บางเจ้าคิดแยก เช่น ค่าย้ายข้อมูลจากโปรแกรมเดิม — ควรถามให้ชัดว่าค่าอบรมพนักงานและค่าย้ายข้อมูลรวมอยู่ในราคานี้หรือไม่ ก่อนเซ็นสัญญา

pos ร้านขายยาสาขาเดียว งบน้อย ใช้ตัวไหนดี ร้านสาขาเดียวไม่จำเป็นต้องจ่ายฟีเจอร์เชื่อมสต็อกหลายสาขา เลือกแพ็กเกจพื้นฐานที่มี POS ขายหน้าร้าน สต็อก lot/FEFO และทะเบียน ขย. ครบ ก็เพียงพอสำหรับร้านเดี่ยวส่วนใหญ่

โปรแกรมร้านขายยา cloud กับติดตั้งเครื่อง ต่างกันยังไง ระบบ cloud ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ดูยอดขายย้อนหลังผ่านมือถือได้ทุกที่ มักคิดราคาแบบรายเดือน/รายปี ส่วนระบบติดตั้งเครื่องต้องลงโปรแกรมในเครื่องที่ร้าน มักเป็นแบบจ่ายครั้งเดียว แต่ดูข้อมูลนอกร้านได้จำกัดกว่า

ทดลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจซื้อได้ไหม ได้ PharmaPOS ให้สมัครใหม่ทดลอง Pro ฟรี 7 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต และถ้าหมดช่วงทดลองแล้วยังไม่พร้อมจ่าย ยังใช้แพ็กฟรีต่อได้เลยไม่ต้องหยุดขาย เจ้าอื่นก็มีให้ทดลองเหมือนกัน เช่น Drugstoresoft ทดลองฟรี 30 วัน — จะได้เห็นว่าหน้าจอขายหน้าร้าน การบันทึกทะเบียน ขย. และรายงานต่างๆ ใช้งานจริงลื่นไหลแค่ไหน ก่อนจ่ายเงินจริง

ถ้าร้านมีพนักงานหลายคน ราคาจะเพิ่มตามจำนวนคนไหม ส่วนใหญ่ราคาคิดตามจำนวนเครื่อง POS ที่ใช้งานพร้อมกันมากกว่าจำนวนพนักงานทั้งหมด ให้ถามผู้ให้บริการให้ชัดว่านับแบบไหน จะได้เทียบราคาข้ามเจ้าได้ตรงกัน

อยากรู้ราคาที่ตรงกับจำนวนสาขาและฟีเจอร์ที่ร้านคุณต้องใช้จริง ลองเข้าไปดูตัวระบบที่ pharmaposthai.vercel.app แล้วทักแชทขอใบเสนอราคาให้ตรงกับร้านคุณได้เลย

อยากให้ระบบทำงานพวกนี้ให้อัตโนมัติ?

PharmaPOS — ระบบร้านขายยาครบวงจร เริ่มใช้ฟรี

เริ่มใช้ฟรี

บทความอื่นที่น่าสนใจ