บทความ / ร้านขายยา
โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 เทียบรายเดือน vs จ่ายครั้งเดียว ร้านเดี่ยวถึงหลายสาขา
โปรแกรมร้านขายยา ราคาปี 2026 แบ่งโครงสร้างหลักได้ 3 แบบ คือ จ่ายรายเดือน (subscription), จ่ายรายปี (ล่วงหน้าเพื่อแลกส่วนลด), และจ่ายครั้งเดียว (ซื้อขาดแล้วมีค่าบำรุงรักษาแยก) ตัวเลขจริงของแต่ละร้านจะต่างกันตามจำนวนสาขา จำนวนเครื่อง POS ที่ใช้พร้อมกัน และฟีเจอร์ที่จำเป็น เช่น สต็อกยาแบบ lot/FEFO หรือทะเบียนยา ขย. อัตโนมัติ เพราะงั้นก่อนเทียบราคาข้ามเจ้า ต้องรู้ก่อนว่าร้านตัวเองอยู่ตรงไหนของสมการนี้
ร้านขายยาส่วนใหญ่ที่ยังใช้ Excel หรือสมุดจดมือ มักตกใจตอนเห็นราคาระบบ POS เต็มรูปแบบครั้งแรก แต่พอแตกโครงสร้างราคาออกมาดูทีละส่วน จะเห็นว่ามันไม่ได้แพงเพราะ "ระบบ" อย่างเดียว แต่แพงหรือถูกเพราะฟีเจอร์ที่ร้านเลือกใช้จริงต่างหาก
ราคาโปรแกรมร้านขายยาในตลาดไทยตอนนี้อยู่ช่วงไหน
ตัวเลขที่ประกาศต่อสาธารณะบนหน้าเว็บทางการของแต่ละเจ้า (ตรวจเมื่อ 27 ก.ค. 2569) อยู่ระหว่าง ฿390–฿4,790 ต่อเดือน และมีหลายเจ้าที่มีแพ็กใช้ฟรีจริง ส่วนอีกหลายเจ้าไม่ประกาศราคาเลย ต้องขอใบเสนอราคาเป็นรายร้าน
| เจ้า | แพ็กฟรี | ราคาที่ประกาศบนเว็บ |
|---|---|---|
| PharmaPOS (เรา) | ฟรีตลอดไป 1 สาขา / 1 ผู้ใช้ / 300 บิลต่อเดือน | ฿590 และ ฿990 ต่อสาขา/เดือน |
| Drugstoresoft / Platonic Software | ทดลองฟรี 30 วัน | ฿390/เดือน (3 เครื่อง) เกินเครื่องละ ฿100 |
| CuraLink | ฟรีจนขายได้ 50 รายการแรก | ฿790 · ฿1,990 · ฿4,790 ต่อเดือน |
| ASSA App | ฟรีตลอดชีพ | ไม่มีแพ็กจ่ายเงินประกาศบนเว็บ |
| Arincare | มีแพ็กใช้ฟรีสำหรับร้านเดี่ยว | หน้าราคาไม่แสดงตัวเลขที่อ่านได้ |
| TPharm · Expsof | ไม่พบข้อมูล | ไม่ประกาศราคาต่อสาธารณะ |
ทุกตัวเลขข้างบนยังไม่รวม VAT และเป็นราคา ณ วันที่ตรวจ ผู้ให้บริการเปลี่ยนราคาได้ตลอด — รายละเอียดฟีเจอร์ทีละเจ้าและว่าร้านแบบไหนควรเลือกเจ้าไหน อยู่ในบทความเทียบโปรแกรมร้านขายยา 6 เจ้า
ราคาของ PharmaPOS เอง
เราประกาศราคาไว้ตรงๆ ทั้งหมด ไม่มีเรตซ่อน:
| แพ็กเกจ | ราคา | ครอบคลุม |
|---|---|---|
| Free | ฿0 ตลอดไป | 1 สาขา · 1 ผู้ใช้ · 300 บิล/เดือน · ได้ทะเบียน ขย.9/10/11 ครบ |
| Starter | ฿590 ต่อสาขา/เดือน | 1 สาขา · 3 ผู้ใช้ · บิลไม่จำกัด |
| Pro | ฿990 ต่อสาขา/เดือน | หลายสาขา · ครบทุกฟีเจอร์ |
- ไม่มีค่าติดตั้ง ไม่มีค่าแรกเข้า และไม่ต้องใส่บัตรเครดิตตอนสมัคร
- จ่ายรายปีคิด 10 เดือน (ลดให้ 2 เดือน) = Starter ฿5,900/ปี · Pro ฿9,900/ปี
- สมัครใหม่ได้ ทดลอง Pro ฟรี 7 วัน
- ราคายังไม่รวม VAT
ที่ใส่ทะเบียน ขย. ไว้ในแพ็กฟรีด้วย เพราะเป็นงานที่ร้านเดี่ยวเสียเวลากับมันมากที่สุด และไม่ควรต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะได้ใช้
โปรแกรมร้านขายยา ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 มีกี่แบบให้เลือก
โครงสร้างราคาที่พบในตลาดไทยตอนนี้มี 3 แบบหลัก: รายเดือน, รายปี, และจ่ายครั้งเดียว (perpetual license) แต่ละแบบเหมาะกับร้านที่มีสถานะการเงินและแผนขยายสาขาต่างกัน
รายเดือน เหมาะกับร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่อยากผูกเงินก้อนใหญ่ จ่ายเท่าที่ใช้ ยกเลิกได้ถ้าไม่โอเค แต่ต้นทุนรวมระยะยาว (3-5 ปี) มักสูงกว่าจ่ายครั้งเดียว
รายปี คือจ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายล่วงหน้า ผู้ให้บริการมักให้ส่วนลดแลกกับกระแสเงินสดที่แน่นอนขึ้น เหมาะกับร้านที่มั่นใจแล้วว่าจะใช้ระบบนี้ต่อเนื่อง
จ่ายครั้งเดียว คือซื้อ license ใช้ระยะยาวโดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน แต่ส่วนใหญ่ยังมีค่าบำรุงรักษา/อัปเดตระบบแยกต่างหากทุกปี เหมาะกับร้านที่วางแผนใช้ระบบเดิมไป 5-10 ปีขึ้นไปและไม่ต้องการฟีเจอร์ใหม่บ่อย
ไม่มีแบบไหนที่ "คุ้มกว่า" แบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าร้านคุณวางแผนใช้กี่ปี และกระแสเงินสดตอนนี้เป็นแบบไหน
รายเดือน vs จ่ายครั้งเดียว แบบไหนคุ้มกว่าจริง
ตอบสั้นๆ คือ ถ้าใช้ระบบเกิน 2-3 ปีขึ้นไป จ่ายครั้งเดียวมักคุ้มกว่าในระยะยาว แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้ระบบนี้ถาวรไหม รายเดือนปลอดภัยกว่าเพราะเลิกใช้ได้ทันทีโดยไม่เสียเงินก้อน
ลองคิดง่ายๆ แบบนี้: ถ้าจ่ายรายเดือนต่อเนื่อง 24 เดือน ผลรวมมักใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าไลเซนส์แบบจ่ายครั้งเดียวบวกค่าบำรุงรักษาปีแรกแล้ว ร้านที่มั่นใจตั้งแต่ต้นว่าจะอยู่ยาวจึงมักเลือกจ่ายครั้งเดียวเพื่อล็อกต้นทุนให้นิ่ง ส่วนร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่มั่นใจปริมาณลูกค้า การเริ่มจากรายเดือนช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินในช่วง 6-12 เดือนแรก
จุดที่หลายคนมองข้าม คือค่าใช้จ่ายแฝงหลังซื้อ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ให้ถามผู้ให้บริการให้ชัดว่า ค่าอบรมพนักงานรวมอยู่ในราคาไหม ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเก่าคิดแยกหรือเปล่า และอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ในอนาคตต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่
อะไรทำให้ราคาโปรแกรมร้านขายยาแต่ละเจ้าต่างกัน
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต่างกันคือ จำนวนสาขา จำนวนพนักงาน/เครื่อง POS ที่ใช้พร้อมกัน และชุดฟีเจอร์ที่ร้านเลือกเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ "ยี่ห้อไหนแพงกว่ากัน"
จำนวนสาขา — ร้านเดี่ยวกับร้านหลายสาขาใช้โครงสร้างข้อมูลต่างกัน ร้านหลายสาขาต้องมีระบบเชื่อมสต็อกกลาง เห็นยอดขายรวมทุกสาขาแบบเรียลไทม์ และป้องกันสต็อกชนกันเวลาโอนยาข้ามสาขา ถ้าร้านคุณกำลังจะขยายเกิน 1 สาขา ควรอ่าน เช็คลิสต์บริหารร้านยาหลายสาขาไม่ให้สต็อกชนกัน ก่อนตัดสินใจเรื่องราคา เพราะฟีเจอร์เชื่อมสต็อกหลายสาขามักดันราคาให้สูงขึ้นตามจำนวนสาขาจริง
จำนวนพนักงาน/เครื่อง POS — ยิ่งมีเภสัชกรและพนักงานขายหน้าร้านพร้อมกันหลายคน ยิ่งต้องการ license หรือ seat มากขึ้น บางเจ้าคิดราคาต่อเครื่อง บางเจ้าคิดต่อผู้ใช้งาน ต้องเช็กให้ชัดว่าร้านคุณจะใช้กี่เครื่องจริง ไม่ใช่ซื้อเผื่อเกินความจำเป็น
ฟีเจอร์ที่เลือกใช้ — ระบบ POS ขายหน้าร้านพื้นฐานราคาต่างจากระบบที่รวมสต็อก lot/FEFO ทะเบียน ขย. อัตโนมัติ และระบบตารางเวร-สลิปเงินเดือนพนักงานเข้าไปด้วย ร้านที่ยังทำมือทุกอย่างอาจมองว่าฟีเจอร์เสริมเหล่านี้ไม่จำเป็น แต่พอคำนวณเวลาที่เสียไปจริงในแต่ละเดือน มักเปลี่ยนใจ
ฟีเจอร์ ขย./FEFO ทำให้ราคาต่างจาก POS ทั่วไปยังไง
ฟีเจอร์ทะเบียนยา ขย. และระบบสต็อกแบบ FEFO ทำให้ราคาสูงกว่า POS ทั่วไป เพราะมันไม่ใช่แค่ระบบขายของ แต่ต้องออกแบบให้รองรับข้อกำหนดเฉพาะของร้านขายยาที่ธุรกิจค้าปลีกทั่วไปไม่มี
ทะเบียน ขย.9 ขย.10 ขย.11 ต้องบันทึกการซื้อ-ขาย-คงเหลือของยาควบคุมพิเศษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอย่างละเอียด ถ้าระบบไม่ผูกการขายหน้าร้านเข้ากับทะเบียนโดยอัตโนมัติ เภสัชกรต้องมานั่งกรอกซ้ำเองทุกเดือน นี่คืองานเอกสารที่เภสัชกรส่วนใหญ่เกลียดที่สุด และเป็นเหตุผลที่ระบบซึ่งทำให้อัตโนมัติมักตั้งราคาสูงกว่าระบบขายทั่วไป
ส่วนระบบ lot และวันหมดอายุแบบ FEFO ต้องดึงยาที่ใกล้หมดอายุออกขายก่อนโดยอัตโนมัติ ป้องกันยาค้างสต็อกจนหมดอายุแล้วต้องทิ้งทั้งล็อต ฟีเจอร์นี้ต้องเก็บข้อมูลละเอียดระดับ lot ไม่ใช่แค่ชื่อยา จึงมีความซับซ้อนของระบบหลังบ้านมากกว่า POS ร้านค้าทั่วไปพอสมควร
คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการทุกเจ้าคือ ฟีเจอร์ ขย. และ FEFO รวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐานหรือเป็นแอดออนแยก เพราะถ้าเป็นแอดออน ราคาที่โฆษณาไว้ตอนแรกอาจไม่ใช่ราคาที่ร้านต้องจ่ายจริง
วิธีคำนวณความคุ้มทุน เทียบต้นทุนแฝงจากการทำมือ
วิธีคิดง่ายที่สุดคือ เอาราคาระบบต่อเดือนมาเทียบกับ "เวลาที่เสียไปจริง" ของงานที่ระบบช่วยตัดออก ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขราคาลอยๆ
ลองสมมติสถานการณ์แบบนี้เพื่อเป็นแนวทางคำนวณ (ไม่ใช่ตัวเลขจริงของร้านใดร้านหนึ่ง): ถ้าเภสัชกรใช้เวลากรอกทะเบียน ขย. ด้วยมือประมาณ 4-5 ชั่วโมงต่อเดือน บวกกับเวลาตรวจนับสต็อกหายาใกล้หมดอายุอีก 2-3 ชั่วโมงต่อเดือน รวมแล้วอาจเสียเวลาเฉพาะสองงานนี้ 6-8 ชั่วโมงต่อเดือน เวลานี้เอาไปให้คำปรึกษาลูกค้าหรือดูแลร้านได้มากกว่า
นอกจากเวลา ยังมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็นตรงๆ อีก 3 อย่าง
- ยาหมดอายุที่ต้องทิ้ง เพราะไม่มีระบบเตือนอัตโนมัติ ดึงยาผิดล็อตออกขายก่อน
- ความเสี่ยงตอนตรวจสอบ ถ้าทะเบียน ขย. ไม่ครบหรือคลาดเคลื่อน ตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือถึงเวลาต่ออายุใบอนุญาต
- เงินขาดบัญชีตอนปิดยอด ที่หาสาเหตุไม่เจอ เพราะไม่มีระบบกระทบยอดเงินสดอัตโนมัติ
ถ้าร้านคุณยังใช้ Excel อยู่ ลองอ่านบทความเปรียบเทียบการเปลี่ยนจาก Excel มาใช้โปรแกรมร้านขายยา ประกอบ จะเห็นภาพต้นทุนแฝงชัดขึ้นว่าจริงๆ แล้ว "ฟรี" ของ Excel ไม่ได้ฟรีเสมอไป
ร้านเดี่ยวกับหลายสาขา งบต่างกันแค่ไหน ควรเลือกแบบไหน
ร้านเดี่ยวเน้นระบบ POS ขายหน้าร้านที่เร็วและสต็อก lot/FEFO เป็นหลัก ส่วนร้านหลายสาขาต้องเพิ่มงบให้ระบบเชื่อมสต็อกกลางและรายงานรวมทุกสาขา ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ร้านเดี่ยวไม่จำเป็นต้องจ่าย
ร้านเดี่ยวงบน้อยควรถามผู้ให้บริการตรงๆ ว่า POS ธรรมดาพอไหมหรือต้องใช้ระบบเต็มรูปแบบ คำตอบขึ้นอยู่กับว่าร้านมียาควบคุมพิเศษเยอะแค่ไหน ถ้าขายยาควบคุมบ่อย ระบบทะเบียน ขย. อัตโนมัติคุ้มค่ากว่าการจ้างคนมานั่งกรอกเอกสารเพิ่ม
ร้านที่วางแผนขยายเกิน 1 สาขาในอนาคตอันใกล้ ควรเลือกระบบที่รองรับหลายสาขาได้ตั้งแต่แรก แม้จะเปิดใช้แค่ 1 สาขาตอนนี้ เพราะการย้ายระบบทั้งหมดตอนขยายสาขาจริง มักเสียเวลาและมีความเสี่ยงข้อมูลตกหล่นมากกว่าการวางแผนไว้ก่อน
ก่อนตัดสินใจซื้อระบบไหน ให้ลองไล่เช็กจากฟีเจอร์ที่จำเป็นจริงของร้านตัวเองก่อน ไม่ใช่ไล่ตามราคาที่ถูกที่สุด เพราะราคาถูกแต่ขาดฟีเจอร์ ขย./FEFO อาจทำให้ต้องซื้อระบบเสริมทีหลัง จนรวมแล้วแพงกว่าเลือกระบบที่ครบตั้งแต่แรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โปรแกรมร้านขายยา รายเดือนเท่าไหร่ ไม่มีค่าติดตั้งจริงไหม ราคาที่ประกาศบนเว็บของเจ้าต่างๆ อยู่ระหว่าง ฿390–฿4,790 ต่อเดือน (ไม่รวม VAT) ของ PharmaPOS คือ ฿590 และ ฿990 ต่อสาขา/เดือน และมีแพ็กฟรีตลอดไปสำหรับร้านเดี่ยวที่ออกบิลไม่เกิน 300 ใบต่อเดือน ส่วนค่าติดตั้ง เราไม่คิด แต่บางเจ้าคิดแยก เช่น ค่าย้ายข้อมูลจากโปรแกรมเดิม — ควรถามให้ชัดว่าค่าอบรมพนักงานและค่าย้ายข้อมูลรวมอยู่ในราคานี้หรือไม่ ก่อนเซ็นสัญญา
pos ร้านขายยาสาขาเดียว งบน้อย ใช้ตัวไหนดี ร้านสาขาเดียวไม่จำเป็นต้องจ่ายฟีเจอร์เชื่อมสต็อกหลายสาขา เลือกแพ็กเกจพื้นฐานที่มี POS ขายหน้าร้าน สต็อก lot/FEFO และทะเบียน ขย. ครบ ก็เพียงพอสำหรับร้านเดี่ยวส่วนใหญ่
โปรแกรมร้านขายยา cloud กับติดตั้งเครื่อง ต่างกันยังไง ระบบ cloud ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ดูยอดขายย้อนหลังผ่านมือถือได้ทุกที่ มักคิดราคาแบบรายเดือน/รายปี ส่วนระบบติดตั้งเครื่องต้องลงโปรแกรมในเครื่องที่ร้าน มักเป็นแบบจ่ายครั้งเดียว แต่ดูข้อมูลนอกร้านได้จำกัดกว่า
ทดลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจซื้อได้ไหม ได้ PharmaPOS ให้สมัครใหม่ทดลอง Pro ฟรี 7 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต และถ้าหมดช่วงทดลองแล้วยังไม่พร้อมจ่าย ยังใช้แพ็กฟรีต่อได้เลยไม่ต้องหยุดขาย เจ้าอื่นก็มีให้ทดลองเหมือนกัน เช่น Drugstoresoft ทดลองฟรี 30 วัน — จะได้เห็นว่าหน้าจอขายหน้าร้าน การบันทึกทะเบียน ขย. และรายงานต่างๆ ใช้งานจริงลื่นไหลแค่ไหน ก่อนจ่ายเงินจริง
ถ้าร้านมีพนักงานหลายคน ราคาจะเพิ่มตามจำนวนคนไหม ส่วนใหญ่ราคาคิดตามจำนวนเครื่อง POS ที่ใช้งานพร้อมกันมากกว่าจำนวนพนักงานทั้งหมด ให้ถามผู้ให้บริการให้ชัดว่านับแบบไหน จะได้เทียบราคาข้ามเจ้าได้ตรงกัน
อยากรู้ราคาที่ตรงกับจำนวนสาขาและฟีเจอร์ที่ร้านคุณต้องใช้จริง ลองเข้าไปดูตัวระบบที่ pharmaposthai.vercel.app แล้วทักแชทขอใบเสนอราคาให้ตรงกับร้านคุณได้เลย